กระดาน > สปิ๋ว/ชิงหลิว
|
|||||
![]() มานั่งนึกย้อนไปถึงตอนที่เริ่มต้นสนใจชิงหลิว ไม่รู้ว่ากระทู้อะไรถ้าขึ้นต้นหรือเกี่ยวข้องกับชิงหลิวเป็นขอเข้าไปอ่านหน่อย.....แต่ก็ไม่ยักมีใครลงเรื่องพื้นฐานของชิงหลิวสำหรับผู้เริ่มต้นไว้.... เลยขอลองจัดทำขึ้นมาเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น......ของผู้เริ่มต้นสนใจ ขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ผู้ชำนาญการจริงๆ...และอย่าถือเป็นหลักการหรือเอาไว้อ้างอิงใดๆๆ...เอาไว้อ่านเพื่อเรียนรู้พื้นฐานแล้วกันครับน้าๆๆ เอ้ามาเริ่มกันเลย |
|||||
|
+1 สนๆๆๆๆๆหลิว
จริงๆก็สนมันทุกอย่าง อิ อิ |
|||||
|
รอมาเก็บความรู้ครับผม + ก่อนเลย
|
|||||
![]() รอดู ครับ ผมก็ไม่มีพื่น ฐานเลย ครับ เก็บ ความรู้ ครับ |
|||||
เริ่มกันที่คันเบ็ดก่อนเลย..... เท่าที่นิยมอยู่มี สองประเภทคือ 1. คันแนวสไลต์....มีสองแบบย่อยลงไปเท่าเคยเห็น คือ แบบด้ามยาวประมาณ เมตร และ แบบด้ามสั้น ประมาณ 50 ซม เวลาใช้ดึงออกแบบเสาอากาศ แบบนี้ในเมืองไทยมีผู้ใช้เยอะกว่า 2. คันแนว ทูแพ๊ค ประกอบขึ้นรูปโดยการเอามาต่อๆๆกัน พอดีไม่มีในครอบครองเลยไม่มีรูปมาให้น้าๆๆได้เห็นต้องขอโทษด้วยครับ การเลือกคันนั้นควรดูปลาที่เราจะเจอบ่อยๆๆที่สุด ( น้ำหนัก และความแรงของการสู้ของปลา ) |
|||||
|
|||||
มาดูกันที่คันเสาอากาศ.....ในเมืองไทยเป็นที่นิยมมากที่สุด 1. แบบด้าม( ท่อนที่หนึ่ง ) ยาว ประมาณ 1 เมตร ถ้าคันระยะ 5.4 เมตรอย่างในรูป( คันที่สีน้ำตาล ) จะมี 6 ท่อน ครับ 2. แบบด้าม( ท่อนที่หนึ่ง ) ยาว ประมาณ 50ซม ถ้าคันระยะ 4.5 เมตรอย่างในรูป(คันที่สีเทาดำ ) จะมี 9 ท่อนครับ การถอดออกเริ่มจากคลายเกลียวที่ด้านท้ายคันแล้วดึงท่อนที่อยู่ด้านในสุดออกมาก่อนถ้าท่อนปลายติดปลายไหมดึงไม่ออกก็ไม่เป็นไรครับ และเท่าที่เห็นบ่อยที่สุดในระยะหลังจะเป็นแบบด้ามยาวครับ มีให้เลือกหลายยี่ห้อทั้งในตลาดและในเวปก็เลือกเอาตามความชอบครับน้า |
|||||
เกลียวที่ท้ายของด้ามเมื่อ ขัน ออกมา....มีไว้เพื่อถอดทำความสะอาดและซ่อมท่อนต่างๆในคันแบบเสาอากาศจะมี ห่วงไว้เพื่อคล้องสายเซพตี๋ ในกรณีของ คันแบบ ทูแพ๊คจะไม่มีห่วงที่จุกที่ท้ายคัน |
|||||
|
น้า mok ครับตอนนี้แถวหนองจอกมีบ่อไหนน่าไปครับ เพราะพรุ้งนี้จะไปคับยังไมรู้จะไปไหนดีครับ ขอคำแนะนำด้วยคับ
|
|||||
คันที่นำเข้ามาส่วนมากผลิตในประเทศจีนครับ ระยะคันนั้นเท่าที่เป็นที่นิยมแพร่หลายจะเริ่ม ที่ 1....ระยะ 3.6 เมตร ( ในรูปด้านขวามือ คันสีขาว จะเป็นตัวเลขภาษาจีน เป็นรูปเหมือน..กากะบาทหรือไม้กางเขน ด้านใต้ จะมีขีด สองขีด ) แปลเป็นไทยได้ความหมายว่า 12 หรือ สิบสองฟุต เท่ากับ สามเมตรหกสิบเซ็นติเมตร 2....ระยะ 4.5 เมตร ( ในรูปคันตรงกลางคันสีน้ำตาล เช่นกันมีตัวเลขจีนสองตัวอ่านตามแนวดิ่ง ) แปลเป็นไทยว่าสิบห้า ฟุต หรือเท่ากับระยะสี่เมตรห้าสิบเซ็นติเมตร 3....ระย 5.4 เมตร ( ในรูปคันด้านซ้ายคันสีน้ำตาลเช่นกันมีตัวเลขจีนอ่านตามแนวดิ่ง ) แปลเป็นไทยว่า สิบแปดฟุต หรือระยะห้าเมตรสี่สิบเซ็นติเมตร... ที่นี้เมื่อน้าๆๆไปเลือกซื้อก็สามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องถามที่ระยะ เพราะที่นี้เราอ่านตัวเลขเป็นแล้ว |
|||||
|
น้าลองไปที่เพทายน่าจะดีที่สุดครับ ลาดกระบัง 54 แถวหัวตะเข้
ถ้าในหนองจอกก็ลอง ที่อามีนทร์ก็สนุกดีนะครับ |
|||||
การติกสายเซพตี๋แบบคล้องที่ห่วงท้ายคัน ของจริงต้องขันเกลียวให้สุดนะครับ ....เดี๋ยวหลุดจะเดือดร้อน |
|||||
การคล้องสายเซพตี๋ที่ด้าม คันเพื่อป้องกันจุกที่ท้ายคันคลายเกลียวหลุด...หรือคันรุ่นที่ไม่มีห่วงที่ท้ายคัน เทคนิดการผูกสายเซพตี๋จัดทำโดยน้า เต่า โทรฟี่ ครับ |
|||||
|
+1คับ ขอเก็บความรู้ด้วยคน
|
|||||
|
|||||
|
สุดยอด รอชมครับ
ขอถามนิดนึงครับ ถ้าจะถอดออกมาเป็นข้อๆแบบน้ามกทามไงอ่ะครับ ของผมเอนก้า3.6เมตร ผมไม่กล้าถอดอ่ะครับ |
|||||
มีแบบที่นิยมกัน ดังรูป การผูกชุดลายสต๊อปเปอร์ ลายสต๊อปเปอร์ตัวสีแดง ( ด้านซ้าย ) ปลายสายจะผูกเข้ากับลูกหมุน ลายสต๊อปเปอร์ตัว สีเหลือง (ด้ามขวา ) ปลายผูกเงือนแล้วพันกับปลายคันที่เส้นไหม ควรร่นให้ลายสต๊อปเปอร์ทั้งสองตัวชิดกับยางที่เสียบทุ่นเพื่อไม่ต้องให้ทุ่นเคลื่อนจากระยะที่เราปรับแต่งแล้ว การผูกเงื่อนสายเมนในการตกชิงหลิว จัดทำโดย น้าต๋วยครับ ต้องขออนุญาติน้าต๋วยเพื่อเผยแพร่ต่อไปในครั้งนี้ด้วยครับ |
|||||
ที่ปลายคันจะมีเส้นไหม.... เมื่อซื้อมาแล้วควรหยอดกาวร้อนที่ไหมในช่วงที่สอดอยู่กับปลายคัน ในส่วนที่ไหมพ้นจากปลายคันไม่ต้องหยอดกาวเพราะจะทำให้ไหมแข็งไม่อ่อนให้ตัวเมื่อเวลาสู้ปลา.... หลังจากหยอดกาวแล้วควรผูกปมอย่างในรูป เพื่อที่จะใช้เงื่อนผูกสายเมนในรูปก่อนคล้องเข้าไป.... |
|||||
|
น้า Anternetive ต้องถอดเกลียวที่ท้ายคันออกแล้วถอดคันที่ลบะท่อนจากด้านท้ายตรงที่เป็นเกลียวอย่างในรูป
ถ้าท่อนปลายถอดไม่ออกเพราะติดปมที่ไหมก็ไม่เป็นไรให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดทิ้งให้แห้งค่อยสอดกลับเข้าไปครับน้า |
|||||
เกือบลืมนี่เป็นลายสต๊อปเปอร์อีกแบบ แบบนี้ไม่ค่อยมีวางขายทั่วไป.... สะดวกในการใช้งานมากครับ เพราะเป็นทั้งที่เสียบทุ่นและลายสต๊อปเปอร์ในตัวเดียว |
|||||
ลูกหมุ่น สำหรับผมแล้ว ชอบเป็นส่วนตัวที่จะใช้ลูกหมุ่นให้เล็กและเบาที่สุด โดยไม่ต้องถ่วงตะกั่วฟิวส์ก็ถ่วงให้ทุ่นตั้งได้ ในรูปผมมักใช้ตัวเล็กสุดที่ด้านซ้ายมือบ่อยที่สุดครับ |
|||||
ฟิวส์และ ตาเบ็คขนาดที่ผมใช้บ่อยที่สุด.... ในรูปด้านขวาบนที่ซองเบ็ดคือ...แกนที่พันฟิวส์....เพื่อถ่วงน้ำหนัก ไม่ค่อยเห็นขายเลยต้องพยาบาม ค้นดูในรูป เป็นแกนเหล็กแบบที่น้ำหนักเบามากหาซื้อยาก |
|||||
|
รอชมคับน้า
|
|||||
ทุ่นชิงหลิวแบบต่างๆๆ..... ซ้ายสุดคือทุ่นหางนกยูงแบบที่ใช้สำหรับน้ำลึกมากๆๆไม่ค่อยเห็นขายโดยทั่วไป ตัวกลางที่เป็นสีขาวและติดกันด้านขวามือจะเป็นทุ่นที่มีขายแพร่หลายใช้ได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก... ส่วนตัวขวาสุดเป็นทุ่นเพื่อตกแบบลอยกลางน้ำ ส่วนตัวสีเหลืองที่สองจากซ้ายผมเอาทุ่นปกติไปโมไว้ใช้เองเพราผมรู้สึกชอบใจทุ่นที่เบามากๆๆแต่หาซื้อได้ไม่ถูกใจเลยลงมือจัดเองเลย ทุ่นจะแบ่งน้ำหนัก ( แรงยกหรือการลอยตัว ) เป็น เบอร์ โดยที่ตัวทุ่นจะมีเลขบอกอยู่ครับน้าๆๆ เบอร์ยิ่งน้อย ( แรงยกจะน้อย ) .. เบอร์ที่สูง ( แรงยกยิ่งมาก ) ก้านสีที่ยาวกว่าจะสามารถตั้งระยะ( ทุ่นที่ผิวน้ำ ) ได้สะดวกดีกว่า.. ในการถ่วงทุ่นด้วยฟิวส์ ตัวฟิวส์ความเคลื่อนตัวได้ไม่ล๊อคตายกับลูกหมุน เพราะจะมีผลต่ออาการของทุ่นเมื่อปลาเข้ามากิยเหยื่อ |
|||||
|
ขอบคุณน้าม๊กมากครับ รอชมต่อนะครับ
ยังไม่ค่อยกระจ่างในการตั้งทุ่น และถ่วงตะกั่วครับ และขอถามอีกนิดนะครับ ของผมเป็นที่เสียบทุ่นคล้ายความเห็นที่16 แต่มีแค่ตัวที่เปนยาง ไม่มีวงๆที่เหมือนลูกหมุน จะใช้ได้มั้ยครับผม รบกวนด้วยครับ |
|||||
|
|||||