คลิปที่ 1
<strong>เช้าวันเสาร์ปลายเดือนพฤศจิกา ผมเตรียมตัวไปตกปลาตั้งแต่ 8 โมง เมื่อวานวันศุกร์นั่งทำงานอยู่ เพื่อนมาหาบอกเอาไอ้เก่ยมาขายได้มาตั้ง 10 โล<br />
อากาศหนาวๆ น้ำโตกลางวัน แห้งกลางคืน เดินดีมาก เคยเต็มชายฝั่ง ปลาใหญ่ๆตามเคยเข้ามาค่อนข้างชุม ผมตาลุกวาว คันไม้คันมือขึ้นมาทันที<br />
: "ฉันว่าจะซื้อเครื่องหางซักชุด พายนานๆไม่ไหว เจ็บหลัง ช้า หากินไม่ทันเขา เตรียมตังค์มาถ้าไม่พอ พี่ช่วยออกให้ก่อนนะพี่"มันทำท่าออด<br />
: "เออ..ไม่มีปัญหา ขาดเท่าไร เดี๋ยวออกให้ก่อน ซื้อร้านไหนละ ไปดูมาหรือยัง" ผมพยักหน้าตอบรับถามยิ้มๆ<br />
บ่ายวันนั้น เพื่อนผมก็แบกเครื่องหางยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ กลับไป นัดกันไม่เกินบ่ายโมงวันเสาร์ ต้องรีบถอยเรือ ไม่งั้นติดโขด เรืออกไม่ได้ <br />
ผมเดินหอบสัมภาระย่องลงบันใดมาเข้าห้องครัว กะว่าจะหลบออกทางหลังบ้าน เจอแม่นั่งถักเสื้อไหมพรม มี"ไอ้แมค" หมาอัลซิเชี่ยนรุ่นๆ<br />
นั่งเฝ้าแม่อยู่ข้างหลัง มองผมตาละห้อย เหมือนจะตาม ไอ้ลูกหมาตัวนี้ ผมไปหอบหิ้ว อ้อนวอนซื้อทหารเขามาจากศูนย์สงครามฯ ที่ลพบุรี<br />
ตอนนี้ตัวมันโตยังกะเกรดเดนใหญ่ๆ ใครเข้าบ้านผมเจอไอ้แมค เป็นถอยหลังทุกคน เพราะมันมองทำท่าจะเอาเรื่อง ต้องคอยปราม<br />
: "ไปไม่ได้ จะไปตกปลา พรุ่งนี้ค่อยไปวิ่งกันนะ" ผมส่ายหน้าพูดลอยๆไปยังงั้น ทำยังกะมันรู้ภาษาคน ครางงี๊ดๆ ฟุบหมอบข้างหลังแม่<br />
: "ลำบากลำบนนะลูกนะ วันธรรมดาก็ทำงานมาหนื่อยแล้ว เสาร์-อาทิตย์ ต้องออกหาปลาอีก" เสียงแม่กระเซ้าแกมบ่น ผมรีบเดินหนีเข้า<br />
โรงรถ เสียงพ่อแว่วๆ ให้ขับรถดีๆ ผมรับคำแล้วสตารท์รถคู่ใจ ดัสสันกะบะตอนเดียว รุ่นช้างเหยียบ พ่อผมไปประมูลของกลางมาจาก<br />
โรงพักของพ่อ ที่เขาจำหน่ายคดีแล้ว ราคา 3 พันบาท เครื่องดีมากเพราะประวัติเป็นรถวิ่งของเถื่อน เครื่องแรง เหยียบเป็นพุ่งยังกะม้า <br />
เติมน้ำมันเบนซิน 200 บาท สมัยนั้น เท่านี้ก็ไปได้ถึงคลองใหญ่แล้ว แวะบอกพี่จิตรไปตกปลา ซื้อ กับข้าว ขนมไปฝากลูกสาวเพื่อน ขับรถไป <br />
ชั่วโมงกว่าๆ ถึงบ้านเพื่อน เห็นกำลังประกอบเรือกับเครื่องหางอยู่ ส่งกับข้าวให้เมียมัน เอาสัมภาระ เบ็ด เสื้อกันหนาวใส่เรือ หันมาดูเพื่อน<br />
: "เรียบร้อยพี่ เอาไปลองวิ่งแล้ว น้ำมันแกลลอนวิ่งถึงคลองมะนาวแน่ ฉันว่าจะไปไม้รูด ได้ข่าวว่าอินทรีเข้า ฉวยดี" เพื่อนขยายความ<br />
: "แล้วเอ็งรู้หินหรือวะ ไกลนะโว้ย เดี๋ยวจะแห้วกลับมา" ผมพูดทำนองหารือ กลัวจะไม่ได้เรื่อง เพราะมีเวลาแค่วันเดียว รับปากกะแม่ไว้แล้ว<br />
: "เรื่องหิน ทะเลแถวนี้ หมายอยู่ในหัว พี่ไม่ต้องกลัว เดือนหงายด้วย สว่างยังกะแดดออก ยิ่งสบายใหญ่" เพื่อนคุยโอ่<br />
: "แล้วเหยื่อหมึกละ ซื้อใครได้มั่ง" ผมถามกลัวไม่มีเหยื่อตกปลา<br />
: "ไม่ต้องห่วง หมานุ(น้องเขย) เพิ่งออกไปกู้ลอบหมึกเมื่อกี้ เดี๋ยวเรากินข้าวแล้วออกเลย สั่งมันไว้แล้วว่าพี่จะมา ให้คอยที่<br />
หลักลอบหมึก แถวๆหมายหยักสอง อย่าเพิ่งเอาดองน้ำ วันก่อนมันได้ตั้ง 20 โล" <br />
เรารีบกินข้าวตุนไว้ก่อน ผมไม่กินข้าวเช้า ติดนิสัยมาตั้งแต่สมัยเรียน ยกยอดไปกินที่มหาลัยทีเดียว ไม่ใช่อะไร ประหยัดเงิน <br />
เดี๋ยวจะไม่ชนปลายเดือน เพราะแม่ส่งมาให้ ต้นเดือนก็เป็นเศรษฐีกัน 10 กว่าวัน ที่เหลือต้องประหยัด เขียมตังค์ ไว้ให้พอใช้<br />
กับข้าวฝีมือเมียเพื่อน อร่อยเหมือนเดิม คนบ้านป่าก็แบบนี้ ทำกับข้าวเก่ง ถูกปากไปหมด ซัดซะแน่นท้อง พอเอนหลังเคลิ้มๆ เพื่อน<br />
ก็มาปลุก บอกไปได้แล้ว เดี๋ยวเรือติด ลำบากเข็นกันอีก สำรวจของว่าลืมอะไรบ้าง น้ำมัน ถุงเท้า ถุงมือ เพราะหนาวมาก ใครไม่เคย<br />
ลองไปนอนกลางทะเลหน้าหนาว แล้วจะรู้ว่าดึกๆ ถ้าปลาไม่ฉวย นอนเฉยๆมันหนาวจับใจ อยากกลับมันซะตอนนั้น เราวิ่งเรือ<br />
ออกจากปากคลอง ตัดไปทางเขาล้าน มองออกไปในทะเล เห็นแนวหลักหมึก เป็นแถว ยังกะใครมาทำรั้วไว้ในทะเล <br />
ที่เขาวางกันใช้หลักไม้ไผ่ ยาวซัก 3-4 วา ปลายผูกธงบ้าง ใบไม้บ้าง ทางมะพร้าวบ้าง ทำสัญญลักษณ์ของแต่ละคน <br />
ว่าของใคร ทำยังงั้นก็ยังไม่วายโดนโขมยกู้ลอบ น้องเขยเพื่อนมันถึงรีบออกไป กลัวคนโขมยกู้ หลักลอบทำด้วยไม้ไผ่โคนผูกเชือก<br />
ขนาด 2 หุน ยาวซัก 5 เมตร ผูกหินถ่วงไม่ให้ลอยไปไหน เหนือโคนไม้ขึ้นมาซักวา ผูกเชือกกับตัวลอบทำจากไม้เนื้ออ่อน<br />
ตัดจากป่าละเมาะตีนเขาบรรทัด กว้างประมาณ 1 วา ยาว 2 วา เอามาดัดให้เป็นรูปท่อซีเมนต์ผ่าครี่ง ห่อด้วยอวนตาขนาด ครึ่งนิ้ว<br />
ทุกด้าน เว้นด้านหน้าไว้ทำประตูเข้าเป็นงาห่ออวน ตาอวนเล็กกว่านั้นไม่ดี ตะไคร่น้ำเกาะเร็วทึบไปหมด หมึกไม่เข้าลอบ เจ้าของลอบ<br />
ต้องคอยเอาแปรงไปล้างตาอวนให้ขาว 3-4 วันครั้ง ให้หมึกเข้าง่าย ภายในลอบถ้าหาพวงไข่หมึกหอม(สีขาว) มาแขวนไว้ จะทำให้หมึก <br />
เข้ามาไข่เร็วมาก 1-2 วันก็ได้ตัวแล้ว ด้านนอกคลุมด้วยทางมะพร้าว บางเจ้าก็ผูกทุ่นโฟมขนาดครึ่งฟุตไว้ที่ลอบ บางเจ้าก็ผูกไว้ที่หลักลอบ<br />
ถ่วงให้ลอยไม่จมก้นทะเล ไม่งั้นหมึกไม่เข้า เวลากู้ก็ไล่เป็นแถว ๆละประมาณ 10-20 ลูก หมดแล้วก็ขึ้นแถวใหม่ ถ้าหมึกเข้าชุมๆ วันหนึ่งกู้<br />
ได้ประมาณ 20-50 โล บางทีก็ได้ถึง 100 โล แล้วแต่ทำเล เพราะหมึกชอบอาศัยอยู่บริเวณที่เป็นดอน หรือเนินใต้น้ำ ไม่ชอบอยู่ก้นทะเล<br />
: "พี่ๆ นั่นไงๆ หมานุ เดี๋ยวเราไปดักรอมันที่ท้ายแถว จะลองกู้ดูด้วยว่าชุมไหม เผื่อจะทำบ้าง" เพื่อนสะกิดบอก แล้ววิ่งเรือไปท้ายแถวลอบ มองเห็น <br />
หลักอยู่ลิบๆ ถึงหลักแล้วมันเทียบเรือเข้าข้าง ดึงหลักคว้าสายลอบขึ้นมา ผมมองลงไปใต้น้ำ เห็นลอบลอยขึ้นมา ขี้หมึกดำเป็นสายเห็นชัดแต่ไกล <br />
: "เออ..มีตัวชุมวุ้ย เดี๋ยวกลับไปฉันจะลองทำบ้าง" เพื่อนว่าพลางดึงงัดลอบขึ้นเหนือน้ำ เสียงหมึกตกใจดิ้นพ่นน้ำดังพรืดพราด ขี้หมึกสีดำกระจายเกลื่อน<br />
ทะเล มีหมึกตัวใสๆ เหลือบๆสี ในลอบประมาณ 10 กว่าตัว ดิ้นพรวดพราด พ่นขี้หมึกออกมาดำปี๋ไปหมด<br />
: "เพราะมีหมึกชุมนี่แหละ ปลาสาก อินทรี กุเลา ถึงได้คอยตอมกิน..คืนนี้มีหวังฉวยสะหงาด(ภาษาตราด)..นั่นไงหมานุมาแล้ว" เพื่อนบอกพลางหอบ <br />
หมึกใส่เรือ ผมมองตามเห็นน้องเขยมันยิ้มแหงมาแต่ไกล เสื้อก็ไม่ใส่ แดดเผาจนตัวแดงเป็นลูกตำลึง ยิ้มเห็นแต่ฟันขาวๆ<br />
: "มาถึงนานแล้วหรือพี่ เหียเขาบอกฉันแล้วว่าพี่จะมาตกปลา รีบออกมาก่อน กลัวคนโขมยกู้ลอบ" มันยิ้มจนเห็นเหงือก เหงื่อออกเกาะพราวเต็มหน้า<br />
: "เพิ่งถึงเมื้อกี้ กินข้าวแล้วก็รีบออกมา ได้เยอะไหม เห็นแวะแต่ละหลักนานๆ" ผมถามยิ้มๆ มองหาหมึกในเรือ กลัวมันดองน้ำ เสียของหมด<br />
: "พอได้พี่ ซัก 20 โล เท่าเมื่อวาน เหลืออีกแถวยังไม่ได้กู้ โดนโขมยไป 2-3 ลอบ สงสัยพวกคลองสน เห็นวิ่งเรือน้ำบานไป ฉันไล่ไม่ทัน" <br />
เหตุผลที่เขารู้ว่าโดนโขมยกู้หมึก เพราะในลอบมีแต่ขี้หมึก แต่ไม่มีตัว แสดงว่าตัวโดนเอาไปแล้ว อวนก็ไม่มีรอยขาดให้หมึกออกได้<br />
: "ช่างมันเถอะ คงหาไปตกปลา เหียว่าจะไปนอนไม้รูด วิทยุเรือคุยกันให้ลั่นว่าอินทรีเข้า ได้กันคนละหลายร้อยโล" เพื่อนปลอบแล้วปีนขึ้นเรือ<br />
เลือกหมึกตัวใสๆ ขนาดย่อมๆ ซัก 5 โล ห่อใส่ถ้งดองแยกกับน้ำแข็งไม่ให้ปนกัน<br />
: "เดี๋ยวไปคิดกันเงินที่บ้านนะหมานุ" เพื่อนบอกน้องเขย ทำหน้ายิ้ม<br />
: "เออ..เอาไปเถอะเหีย ไม่เป็นไร นานๆ พี่เขาจะมาตกปลาซะที เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะตามไปบ้าง" น้องเขยเพื่อนพูดยิ้มๆ เบนเรือออกไปกู้ลอบต่อ<br />
เราผละจากหลักลอบวิ่งเรือผ่านเขาล้าน น้ำทะเลใสมองเห็นหินกองใต้น้ำชัดแจ๋ว ปลาหลบกันวุ่นวาย เวลาตอนนั้นประมาณบ่ายสี่โมง<br />
: "ลองแวะหินหน้าช่องเขาขาดไหมพี่ น้ำใสเห็นตัวเลย กำลังลง เดินเชี่ยวดีเหลือเกิน" เพื่อนถาม ผมพยักหน้าตอบ แต่ร้องถามว่า<br />
"น้ำใสเห็นตัวแบบนี้ แล้วปลามันจะฉวย มิวิ่งหนีหมดหรือ"<br />
"เดี๋ยวเราไปทอดสมอเหนือหัวหิน น้ำมันพัดเข้าหาหินเอง เหยื่อสดๆแบบนี้ เดี๋ยวได้เรื่อง"<br />
เพื่อนขับเรือไป มองฉากซ้าย-ขวา ซักครู่ร้องบอกผม "เอ้าพี่เตรียมสมอ ใกล้ถึงแล้ว" ผมลุกไปหัวเรือ มองเห็นสมอก็ร้องว่า<br />
"เฮ้ย..เจอไอ้ลูกเก่าอีกแล้ว ปวดหลังยังไม่หายเลย ซื้ออะไรซื้อได้ แต่สมอทำไมเองไม่ซื้อว้า"<br />
"แหมเงินซื้อเครื่องฉันยังไม่พอ ต้องรบกวนพี่เลย เกรงใจ ไว้คราวหน้าไปตลาดจะซื้อแล้ว" มันตอบปนหัวเราะ<br />
"เออ เท่าไรว้าสมอเลท เดี๋ยวกลับไปแล้วจะให้ช่างจิตรทำให้ คราวหน้าจะเอามาให้" ผมพูดปนยิ้มๆ แล้วก็อุ้มสมอหินลูกนั้นหย่อนลงน้ำ<br />
เพื่อนผมรื้ออุปกรณ์แฮนด์ไลน์ออกมา หั่นหมึก ดึงหัวเกี่ยวส่งสายให้ผม ผมกำลังจะเอาเบ็ดออกจากคัน หันไปรับ <br />
: "เอาอันนี้เถอะพี่ ดีกว่าคันพี่อีก ไอ้คันแบบนี้ ใช้ลากตอนเช้าจะเข้าท่ากว่า" เพื่อนบอก ก็จริงตามนั้น วันนั้นผมเอาคันรอก ไดว่าซีไลน์ขนาด<br />
4 โอ กะจะมาลากอินทรี ไม่ได้ว่าอะไร คลี่สายออก เหวี่ยงไปทางหัวเรือ ล้างมือกับน้ำทะเล เอาสายเหน็บก้นนอนทับมองเพื่อนสาระวนกับ <br />
การเหวี่ยงสายทั้ง 4 สายของมัน ไปท้ายเรือ คอยเบนหัวหลบขี้หมึกมาเป็นสายตามแรงเหวี่ยง มันล้มตัวลงนอนบ่นเจ็บหลัง ยังไม่ทันขาดเสียง<br />
เห็นมันคว้าสายบนหัวนอน ดึงกระชากร้องลั่นทะเล <br />
: "ไอ้เก่ยนี่หว่าพี่ ไม่มีชิม กระชากเลย" ร้องพลางสาวสายเข้าหาเรือ พอถึงมันยกขึ้นมาเห็นตัวเหลืองอ๋อย ไม่มีจุดดำ เขี้ยวขาวโง้งในปาก ตัวประมาณ<br />
เกือบศอก ดิ้นสะบัดน้ำกระจาย มันปลดปลาเอาเบ็ดออกทางเหงือก เพราะกลืนถึงกระเดือก ไม่ทันได้หย่อนใส่ท้องเรือ สายที่เหลือสามสายของมัน <br />
ก็ปะทุ ขึ้นพร้อมกัน มันร้อง"ไอ้หย่า" "เหนียวๆโว้ย อย่าขาด" ดึงซ้ายทีขวาที สักครู่ก็ดึงตัวใต้น้ำตัวขนาดไล่ๆกันขึ้นมา เหลืองไปทั้งเรือ ดิ้นโครมคราม<br />
ใต้ท้องเรือ มันเกี่ยวเหยื่อ เหวี่ยงเบ็ด ปากก็ร้องถาม<br />
: "พี่ยังไม่ฉวยหรือ ระวังให้ดี ปลากำลังหิว เดี๋ยวฉวยแน่" ผมมองที่สายเบ็ดตัวเอง หูฟังเพื่อนดึงปลา อื้ออ้าไปหมด ซักพักสายเบ็ดที่อยู่ในมือ ทอดโค้งไป<br />
ในน้ำก็ทำปฏิกริยา ค่อยๆยืดตรงแหน่ว พอสะเทือนถึงมือผมก็กระชากกลับ เท่านั้นคุณเอ๋ย ความรู้สึกเหมือนดึงสมอหินหัวเรือยังไงยังงั้น สายลั่นออก <br />
จากมือวิ่งลงน้ำ เสียงโฟมม้วนสายลั่นเป็นข้าวตอก ผมกระชากไม่ให้ปลาเข้าหิน ยื้อยุด ฉุดกระชากกันสักครู่ ฝ่ามือร้อนไปหมดก็ได้ตัวขึ้นมาตัวขนาด<br />
เท่าๆกัน เหลืองอ๋อย ไม่มีลายจุดดำเลย<br />
: "นี่ปลานอกนี่พี่ ไม่มีลายดำ หางแหว่ง ฝูงเบ้อเร้อ ตัวเท่าๆกันเลย สงสัยตามเคยเข้ามา ระวังอย่งให้ขาดนะพี่ เดี๋ยวหนีหมด" เพื่อนร้องเตือน พอได้ตัวแรก<br />
ตัวที่ 2 3 4 ก็ตามมา ขนาดเกือบเท่าๆกัน เย็นนั้นก่อนอาทิตย์ตก เราได้ไอ้เก่ย เกือบ 30 ตัว ไซร์เท่าๆกัน นน.ตอนขายประมาณเกือบ 70 โล จนฟ้ามืด<br />
ปลาก็หยุดฉวย<br />
<br />
เกล็กเล็กเกล็ดน้อย:- 1.หมึกที่เข้าลอบส่วนมากจะเป็นหมึกหอม ชอบไข่ไว้ที่ปากทางเข้าลอบบ้าง หลัง ข้างๆลอบบ้าง ถ้าเข้าไปใข่ข้างในหมด<br />
สงสัยแน่นจนลอบแตก ส่วนหมึกกระดองดุ ฉลาดกว่ามาก ไข่จะมีสีดำ มักไข่ที่หลังลอบ ไม่เข้าลอบ ยังกะมันรู้ ที่ได้ตัว<br />
ในลอบ ส่วนมากจะเป็นลอบปลาอันใหญ่ๆ ยาว3-4 เมตร มันเห็นปลาข้างในจะเข้าไปกิน เลยติดกับ ส่วนหมึกศอก และ<br />
หมึกกล้วย หมึกสาย ไม่เห็นเคยเข้าลอบ การทำลอบก็เหมือนช่วยมันแพร่ขยายพันธุ์ มีที่วางไข่ ฝักไข่แต่ละฝัก มีลูกหมึก <br />
ว่ายลอยน้ำอยู่ในถุงไข่ไม่ต่ำกว่า 10 ตัว ผมเคยลองแกะดู พอปล่อยลงน้ำ ไอ้ตัวเล็กๆก็ว่ายหายไปฉิว<br />
2.ปลาอั้งเก่ยฝูงที่ว่ายหากินมาจากทะเลลึก ส่วนมากจะไม่มีจุดดำที่ปลายโคนหาง หางแหว่ง ขาดๆ เพราะว่ายตามกัดหางกัน <br />
เวลาแย่งเหยื่อ หางเลยเป็นแบบนั้น ถ้าเป็นปลาชายฝั่ง จะมีจุดปานดำที่โคนหาง สีปลาจะออกแดงๆชมภูๆ เห็นก็รู้เลย<br />
3. เช่นกัน ดึงปลาอั้งเก่ย อย่าให้สายขาด เข้าหินได้ มันจะวิ่งตามแย่งเหยื่อหนีไปหมด ขอให้สนุกกับการตกตกปลานะครับ<br />
<br />
*********ขอพักไว้เท่านี้ก่อนนะครับ มีต่อภาค 2 ลูกน้องมาตาม ฝนตกน้ำจะท่วมห้องปุ๋ยแล้ว ต้องรีบไปดู ลาก่อนครับ************<br />
ผิดพลาด อะไร ติชมได้เต็มที่ ผู้เขียนก็ตาลายแล้ว เนทหลุดอยู่เรื่อย ต้องคีย์ใหม่หลายรอบ ขอบคุณครับ</strong><br />
แก้ไข 5 ต.ค. 58, 02:16