สยามฟิชชิ่ง
หน้าแรก|กระดาน|รีวิว|ประมูล|ตลาด|เปิดท้าย
login | สมัครสมาชิก | วิธีสมัครสมาชิก | ลืมชื่อ/รหัส | login ไม่ได้?
ราชินีเหนือเกลียวคลื่นที่เกาะเขียว <บัญชร ชวาลศิลป : Fishing Book
 ห้องรีวิวหนังสือ
ความเห็น: 10 - [13 มิ.ย. 52, 07:45] ดู: 4,330 - [21 ธ.ค. 57, 11:13] โหวต: 8
ราชินีเหนือเกลียวคลื่นที่เกาะเขียว <บัญชร ชวาลศิลป
ผิวไผ่ (204 คะแนนโหวตจากผู้ชมกระทู้) offline
7 ต.ค. 46, 15:32







ชื่อหนังสือ ราชินีเหนือเกลียวคลื่นที่เกาะเขียว
ผู้เขียน/ผู้แต่ง บัญชร ชวาลศิลป์
สำนักพิมพ์ /ราคา / หน้า พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ มติชน ราคา 130 บาท 170 หน้า ปกอ่อน

ประเภท บทความเป็นตอน กึ่งสารคดี/บันเทิงคดีการตกปลา

บันทึก  ไม่เขียนรีวิวอย่างที่ผมเคยเขียนแล้วกัน แต่ขอทำแบบตัวอย่างหนัง (ทริลเลอร์) คัดเอามาเฉพาะตอนที่ผมคิดว่าน่าจะโดนใจ จากหนังสือเล่มนี้

ราชินีเหนือเกลียวคลื่นที่เกาะเขียว เป็นบันทึกการเข้าร่วมการแข่งขันตกปลานานาชาติภูเก็ตPHUKET INTERNATIONAL SPORTFISHING CLASSIC TOURNAMENT ซึ่งเป็นการกลับสู่อ้อมกอดแห่งเกลียวคลื่นอีกครั้ง


























(หน้า 128)
สำหรับปลาใบ เราวางเธอไว้เหนือกว่าคู่ต่อสู้ชนิดอื่น ไม่ใช่เรื่องของนักสู้ที่อยู่คนละมุมแล้วโผนทะยานเข้าประจัญบานหวังผลแพ้ชนะ ฝ่ายหนึ่งแพ้-ตาย ชนะ-อยู่รอด อีกฝ่ายหนึ่งได้เปรียบกว่าในด้านผลของการต่อสู้เพราะเพียงแพ้-หมดโอกาส ชนะ-ได้อาหารสด ทว่าสำหรับปลาใบมิใช่เป็นเช่นนั้น เราหวังเพียงแลกประสบการณ์ต่อสู้ ไม่ว่าแพ้หรือชนะ จะไม่มีใครสูญเสียอย่างถึงที่สุด  ดังนั้น ในความเป็นจริงของการต่อสู้แล้ว เราสองจึงกลับหลอมรวมจิตใจเข้าเป็นหนึ่งผ่านสายเบ็ดที่เชื่อมโยง เชื่อมโยงจิตใจแห่งการต่อสู้เข้าด้วยกัน


**************************************************************************************************
(หน้า 97)
มนุษย์มีถูกได้มีผิดได้ แต่ถ้าหากรู้จัก “เรียนรู้” ถึงที่สุดแล้ว สัจธรรมย่อมถูกค้นพบ มนุษย์เกิดมาเพื่อผจญปัญหาสารพัด แต่พระเจ้าก็ยังเมตตาพอที่จะประทานการเรียนรู้มาให้ มนุษย์เล่ารู้จักใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้เพียงใด

ตกปลาก็เช่นเดียวกัน ครั้งแรกที่เข้าสู่มนต์เสน่ห์แห่งชีวิตหลังคันเบ็ด ผมมุ่งมั่นกับจำนวนที่มากที่สุดและขนาดของปลาที่ใหญ่ที่สุด แต่เมื่อเรียนรู้ไประยะหนึ่ง ผมก็สามารถค้นพบอะไรหลายๆอย่างของเกม

ทุกครั้งที่ออกตกปลา ผมมักเริ่มด้วยคำถามในใจก่อน ..

มีบางทริปที่ตอบคำถามได้ว่า ออกตกปลาครั้งนี้เพื่อหาอาหารสดสำหรับมื้อเย็นกับพรรคพวกบนฝั่ง เราจะมุ่งหาหมายหินกองใต้น้ำ จัดเตรียมเครื่องมือและเหยื่อ ตลอดจนยุทธวิธีที่เหมาะสม ใช้เหยื่อชักโง้งเพื่อความมั่นใจกับปลาตัวเล็กที่ต้องการไปเป็นอาหาร ใช้เบ็ดที่มีแอ๊คชั่นค่อนข้างแข็งกับรอกและสายเบ็ดขนาดปานกลางตัวเบ็ดไม่ใหญ่เกี่ยวเหยื่อหมึกสดเพื่อล่าเก๋า-ผู้ยึดครองอาณาจักรหินกอง จนเมื่อได้จำนวนเพียงพอแก่มื้ออาหารแล้วก็เก็บคันหันเรือกลับเข้าฝั่ง ไม่สนุกสนานกับความชุกชุมของปลาจนลืมความต้องการที่แท้จริง

หลายทริปที่มีความมุ่งหมายสำหรับรสชาติเร้าใจแห่งเกมการต่อสู้ แม้เป้าหมายจะแตกต่างจากทริปเพื่อหาอาหารสด แต่น่ายินดีที่ “ปลาเกม” ส่วนใหญ่ล้วนเหมาะสมทั้งนั้นสำหรับการประกอบอาหารทั้งบนเรือและเมื่อกลับขึ้นฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นอินทรี กระมง สาก โต้มอญ หรือแม้แต่ช่อนทะเล แต่เราก็จะสู้กับพวกเขาอย่างให้เกียรติภายใต้จริยธรรมที่ไม่เอาเปรียบกันเกินไปในเกมการต่อสู้ สายเบ็ดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป การต่อสู้แบบตัวต่อตัวและโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีคุณค่าเพียงพอสำหรับมื้ออาหาร อย่างปลาใบและมาร์ลินแล้ว เราก็สมัครใจที่จะคืนพวกเขาสู่ท้องน้ำเสมอ แม้จะไม่มีกฎห้ามเช่นการแข่งขันตกปลาครั้งนี้ก็ตาม

ยิ่งได้เรียนรู้ประสบการณ์ของชีวิตหลังคันเบ็ดในท้องทะเลกว้างมากยิ่งขึ้นก็ยิ่งละเอียดในเกมมากขึ้น ชัดเจนในการเคลื่อนไหวมากขึ้น ต้องตั้งคำถามมากขึ้น และยิ่งดื่มด่ำในมนต์เสน่ห์แห่งการตกปลามากยิ่งขึ้น

ตกปลาจึงคล้ายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ชีวิต

ยิ่งได้เรียนรู้ประสบการณ์แห่งชีวิตมากขึ้น ก็ยิ่งละเอียดรอบคอบกับการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น

*************************************
(หน้า 72)
แข็งตอบโต้ด้วยแข็ง แรงสวนกลับด้วยแรงกว่า เพราะมุ่งแตกหักเอาชัยชนะ สุดท้ายย่อมมีฝ่ายหนึ่งสูญเสีย หรือบ่อยครั้งก็ทั้งสองฝ่าย ใช่หรือไม่ เรื่องบาดหมางของผู้คนล้วนสมควรใช้ความอ่อนโยนเข้าแก้ไข

ในช่วงแรกของเกมการต่อสู้ที่ผมไม่มีโอกาสรุกเข้ากระทำเพื่อยุติเรื่องค้างคาเสียโดยเร็วนั้น คู่ต่อสู้ของผมเป็นฝ่ายรุกเต็มที่ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เธอโผนทะยานขึ้นเหนือน้ำ สะบัดส่วนหัวเรียวยาวไปมาอย่างรุนแรงเพื่อให้คมเบ็ดหลุดจากการเกาะกุม ครั้นเมื่อไม่สำเร็จก็ไม่ยอมท้อ ดิ้นรนหาทางต่อสู้อยู่ใต้ผิวครามเข้มอยู่ครู่หนึ่งก็โผนทะยานขึ้นมาใหม่ ด้วยท่วงทำนองที่ต่างออกไป บางครั้งก็พุ่งขึ้นมาจนสัดส่วนของร่างกายลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะปักหัวดำดิ่งแหวกผิวน้ำแตกกระจายเป็นละอองฝอย บางครั้งโผล่มาเพียงครึ่งตัวเพื่อทุ่มเทพลังที่เหลือทั้งหมดให้กับแรงสะบัดคมเบ็ด

ไม่เพียงแต่ลีลางดงามยามต่อสู้เท่านั้นหรอกที่ทำให้นักตกปลาหลงใหลเธอราวต้องมนต์เสน่ห์ แต่ยังมีจิตใจไม่ยอมจำนนของเธออีกที่พวกเราล้วนน้อมใจคารวะ สำหรับผู้คนแล้ว แม้จะมีประโยคอมตะของเฮมิงเวย์ที่ว่า “มนุษย์ถูกทำลายได้ แต่พ่ายแพ้ไม่ได้” ไว้เตือนใจ แต่จะมีสักกี่โอกาสที่ใครบางคนจักได้พิสูจน์ว่า คำขวัญนี้มิใช่มีไว้เพียงโอ้อวดสร้างความโอ่อ่าเป็นอาภรณ์เสริมสวยมนุษย์ชาติเท่านั้น

แต่สำหรับเธอซึ่งไม่มีวันรับรู้ประโยคงดงามนี้ ทุกครั้งที่ประดาบกัน เธอเป็นเช่นนั้นจริงๆ ถูกทำลายได้ แต่พ่ายแพ้ไม่ได้

ปลาใบ-เธอไม่รู้หรอกว่า เกียรติยศอันโอ่อ่าแห่งเผ่าพันธุ์ คือ สิ่งใด เธอรู้เพียงว่ายามเผชิญภัยจะต้องทุ่มเทต่อสู้อย่างถึงที่สุด ซึ่งหลายเผ่าพันธุ์มิได้เป็นเช่นนั้น

เช่นนี้ใครไม่คารวะ??

มนุษย์เสียอีกที่ยังมีจำนวนไม่น้อยยอมตกอยู่ใต้แอก อิทธิพลกดขี่ ยอมสูญเสียทุกอย่างบางครั้งแม้ศักดิ์ศรีและความชอบธรรม เพียงเพื่อความอยู่รอด บางคนต่ำทรามกระทั่งยอมแลกกับผลประโยชน์แห่งอามิสสินจ้าง เอาตัวรอดเฉพาะตน ละทิ้งพี่น้องเผ่าพันธุ์

บางคนเอาแต่ซ่อนหน้าหลบภัยในซอกหลืบยามค่ำคืนแล้วพร่ำสอดอ้อนวอนร้องหาผู้ปลดปล่อย

ทว่า  เมื่อจิตใจยอมจำนนเสียตั้งแต่แรกเช่นนี้แล้วจะมีใครสู้ให้ จะมีใครตายให้...

เช่นนี้ใครคารวะ??
********************************************************************
(หน้า 56)
ผมไม่ยอมเข้าหลบร่มฝนในเก๋งเรือตามคำชวนอย่างห่วงใยของน้องๆ เพื่อนร่วมทีม บรรยากาศเช่นนี้หาได้ที่ไหนบนฝั่งลึกเข้าไปยังกรุงเทพมหานครซึ่งชีวิตส่วนใหญ่ของผมวกวนอยู่ในกรงขังที่มองไม่เห็นที่นั่น ในท้องทะเลหากคุณปล่อยให้เครื่องอุปกรณ์ตกปลาตากแดดตากฝน ตากไอทะเลโดยไม่รู้จักเช็ดล้าง ทำความสะอาดเสียบ้าง ชั่วไม่นานคราบเกลือขาวก็จะปรากฎเคลือบผิว แล้วในที่สุดก็ชักนำไปสู่ปฎิกิริยาทางเคมีกัดกร่อน ทำลายเนื้อโลหะภายใน

ชีวิตในเมืองของผู้คนทั้งหลายบนฝั่งก็คล้ายคลึงกัน จิตใจของผู้คนที่ใช้ชีวิตบนนั้น หากไม่สนใจเช็ดล้าง ทำความสะอาดเสียบ้าง ไม่นานหรอก อวิชชา – คราบสนิมในใจก็จักบังเกิดขึ้น เงียบ-ช้า-อำมหิต และขยายตัวรวดเร็วราวเซลล์มะเร็งร้าย แล้วอีกไม่นานก็จะเปล่งอานุภาพกัดกร่อนทำลายความบริสุทธิ์ของเนื้อจิตใจได้ไม่ผิดคราบเกลือจากไอทะเลที่ทำลายเนื้อโลหะของเครื่องมือตกปลา


โอกาสปล่อยตัวปล่อยใจอยู่กลางแจ้ง กลางท้องทะเลลึกห่างไกลผู้คน ห่างไกลโซ่ตรวนและแส้สังคมที่คอยบงการโบยตีเช่นนี้ หาได้ไม่ง่ายเลย ผมจึงยืนเกาะราวเหล็กท้ายเรือ ส่งสายตาจับอยู่ที่ปลายคันและสายเบ็ด ปล่อยให้ละอองฝนชโลมชะล้างคราบไคลที่เกาะกุม...

ยิ่งลึกเข้าถึงจิตใจยิ่งดี!!!



กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ
siamfishing.com © 2014