สยามฟิชชิ่ง
หน้าแรก|กระดาน|รีวิว|ประมูล|ตลาด|เปิดท้าย
login | สมัครสมาชิก | วิธีสมัครสมาชิก | ลืมชื่อ/รหัส | login ไม่ได้?
วิธีตกกุ้งก้ามกรามตามบ่อ : Fishing Article
 ห้องบทความ/เทคนิค > บทความตกปลา
ความเห็น: 320 - [14 ก.ค. 56, 19:08] ดู: 75,010 - [20 ต.ค. 57, 15:25] โหวต: 91
วิธีตกกุ้งก้ามกรามตามบ่อ
jOne5Oo (203 คะแนนโหวตจากผู้ชมกระทู้) offline
4 ก.ค. 45, 18:49
        ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับ ว่า..ผมไม่ใช่นักเขียนอาชีพครับ  www.siamfishing.com เวปไซด์นี้ให้ประโยชน์ ความรู้ ต่อการตกปลาของผมมากครับ  ถึงวันนี้ผมขอทดแทนความรู้ด้วยบทความนี้  ซึ่งผมไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน  และขอเกริ่นนำดังนี้ครับ คือ ผมตกกุ้งมาก่อนตกปลานะครับ เพราะฉะนั้นบทความบางตอนอาจไม่ตรงกับเทคนิคการตกปลา  ให้ถือว่านี่คือการตกกุ้งก้ามกรามบ่อ ส่วนเรื่องการตกกุ้งแม่น้ำมีเพื่อนสมาชิกได้เคยเขียนไว้แล้วครับ  สิ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ คือ การตกกุ้งตามบ่อตกกุ้งเท่านั้นครับ เซียนมั้ยเซียนอยู่ที่ท่านฝึกฝนและปรับปรุงตามแนวทางที่ผมเขียนไว้ครับ  และหากบทความนี้กระทบกระเทือนต่อบ่อตกกุ้ง ผมขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ไม่มีเจตนาทำให้ท่านขาดทุน  แต่ต้องการให้เพื่อนสมาชิกไปพักผ่อนตามบ่อ  และได้กุ้งกลับบ้านบ้างครับ

          บ่อตกกุ้ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
  1. บ่อดิน  คือบ่อตกกุ้งที่พื้นด้านล่างใต้น้ำเป็นดิน ทราย กรวด ความลึกโดยประมาณ 1-2 เมตร โดยส่วนใหญ่จะมีขนาดความกว้างบ่อใหญ่กว่าบ่อปูนทั่วไป อัตราค่าชั่วโมงในการตก ส่วนใหญ่อยู่ที่ 70-100 บาท / ชั่วโมงครับ บ่อดินเป็นบ่อที่จัดว่าตกกุ้งได้ยากกว่าบ่อปูน  เนื่องมาจากพื้นผิวใต้น้ำมักมีความลึกไม่เท่ากันทั่วทั้งบ่อ บางจุดอาจลึก บางจุดอาจไม่ลึกมาก  และอีกอย่างเหยื่อที่มีกลิ่นไม่รุนแรงอาจใช้ไม่ค่อยได้ผลนัก เนื่องจากโดนกลิ่นโคลนดินกลบเกลื่อนหมดครับ ผมแนะนำให้ใช้เหยื่อหมักครับ
  2. บ่อปูน  คือบ่อตกกุ้งที่โดยรอบบ่อและพื้นใต้น้ำเป็นปูน บ่อมักมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก  ในปัจจุบันนี้มักทำหลังคาคลุมบ่อ เพื่อให้นักตกกุ้งได้หลบแดดหลบฝนได้  เป็นบ่อที่มีต้นแบบมาจากประเทศไต้หวัน มีความลึกตั้งแต่ 0.5-1.5 เมตรโดยประมาณ  การตกกุ้งในบ่อปูนจะตกได้ง่ายกว่าหากท่านชำนาญในบ่อดินแล้ว  แต่อุปสรรคในบ่อปูนก้อมีใช่ว่าจะไม่มี  นั่นคือเรื่องของน้ำอ๊อกซิเจนหรือน้ำพ่นซึ่งมักจะปล่อยแรง ทำให้ดูทุ่นได้ลำบากสำหรับมือใหม่ครับ อัตราค่าชั่วโมงส่วนใหญ่บ่อปูนจะมีราคาแพงกว่าเล็กน้อย ประมาณ  90-250 บาท / ชั่วโมง และบ่อปูนมักจะห้ามท่านไม่ให้ใช้เหยื่อหมัก ใช้ได้แต่เฉพาะเหยื่อสด หรือเหยื่อที่ทางบ่อเตรียมไว้ให้

          อุปกรณ์ในการตกกุ้งก้ามกราม
  1. คันชิงหลิวขนาด 3-5 เมตร สำหรับบ่อดิน และ 1.6-2.4 เมตร สำหรับบ่อปูน  ผมแนะนำให้ซื้อขนาดที่ใช้กับบ่อดินครับ หากวันไหนท่านไปตกบ่อปูนก้อให้ถอดส่วนท้ายของคันออกสัก 2 ท่อน ก้อตกบ่อปูนได้แล้วครับ
  2. สายเอ็นขนาด 4-6 ปอนด์
  3. ตัวเบ็ดตกกุ้งชนิดที่ใช้เข็มเย็บผ้าดัดขึ้นทรงต่างๆ ข้อนี้ผมของผ่านไปครับ แนะนำให้ท่านหาซื้อตามร้านขายอุปกรณ์ครับจะสะดวกกว่าครับ  ข้อนี้ขอสงวนสิทธิ์ในรายละเอียดนะครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ผมยังดัดจำหน่ายอยู่ที่ร้านครับ
  4. ทุ่นโฟม ทุ่นชิงหลิวขนาดเล็ก  อยากแนะนำให้ท่านใช้ทุ่นโฟมครับจะดูเหตุการณ์ใต้น้ำได้ง่ายกว่า  ส่วนเรื่องทุ่นท่านคงต้องหาซื้ออาวเองครับ มีขายไม่มากนัก เนื่องจากมีคนทำน้อย  แนะนำคร่าวๆ ก็แล้วกันครับ ให้นำไม้จิ้มฟันชนิดกลมมาเสียบเข้าโฟมขนาดยาวประมาณสัก 1.5 นิ้ว (เสียบแบบลูกชิ้น) เสร็จแล้วทากาวที่ก้านไม้จิ้มฟัน และเหลาโฟมให้เป็นรูปทรงแบบลูกลักบี้ทรงรีๆ จากนั้นทาสีกันน้ำเป็นอันเสร็จแล้วครับ เวลาใช้ให้นำเอ็นร้อยผ่านไส้ไก่ แล้วนำไส้ไก่ 2 เส้นมาเสียบหัวท้ายของไม้จิ้มฟันที่โผล่ออกมาจากทุ่นด้านละ ½ เซนติเมตร  เป็นอันว่าเอาไปตกตามบ่อได้ครับ

          การตั้งทุ่น และเทคนิคการตก
โดยปกติแล้วผมมักตั้งทุ่นให้ทำมุมกับผิวน้ำ 45 องศาครับ เหยื่อจะแตะถึงพื้นใต้น้ำพอดีครับ  จะทำให้กุ้งจับเหยื่อได้สะดวกและกินได้เร็วกว่าการตั้งทุ่นระยะอื่นครับ  เมื่อกุ้งเข้ากินเหยื่อ ทุ่นจะแสดงอาการต่างๆ อันนี้ให้ท่านสังเกตและจดจำไว้ครับ  หากทุ่นมีอาการลักษณะกระดกขั้นลงสองถึงสามครั้งแล้วทุ่นกลับนอนขนานกับผิวน้ำ  หรือที่เรียกว่า ”กินหนุน”  ลักษณะดังกล่าวให้ทันสะบัดข้อมือเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่ต้องสะบัดเลยครับ เพียงแต่ยกคันขึ้นเบาๆ ก้อติดแล้วครับ  แบบนี้เค้าเรียกว่า “กินสนิทใจ” ครับ หรือหากทุ่นของท่านเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ หรือดิ่งลงใต้น้ำ ให้ถือว่ากุ้งินหรือจับเหยื่อแล้ว 80 เปอร์เซนครับ  ให้ท่านยกทุ่นลอยเหนือผิวน้ำ 1 นิ้ว แล้วข้างไว้ เป็นการชั่งน้ำหนักครับว่ากุ้งยังจับอยู่ที่เหยื่อหรือเปล่า  หากมีน้ำหนักให้ท่านตวัดข้อมือเบาๆ ครับ  แต่หากว่าทุ่นของท่านวิ่งอย่างรวดเร็ว  ลักษณะนี้ส่วนใหญ่ผมปล่อยไปครับ เพราะถ้าวัดอาจโดนตัวกุ้งได้ เกี่ยวส่วนอื่นขึ้นมา เช่น ท้อง ตัว หัว เป็นต้น ถือว่ากุ้งไม่กินเหยื่อเข้าปาก ปล่อยไปเถอะครับ อาการนี้เกิดจากวิ่งผ่านเหยื่อแล้วส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวกุ้งไปพันเข้ากับสายเอ็นของเราครับ

          เหยื่อ
  1. สำหรับบ่อปูนมักห้ามเหยื่อหมักอยู่แล้ว  ให้ใช้เนื้อปลาแซลม่อน ปลาเข็ม  จริงๆ แล้วมีเหยื่อสดอีกมาก
มายที่ใช้ได้  แต่สองอย่างนี้ได้ผลดีครับ  ลูกปลาเล็กเป็นๆ ก็ใช้ได้ดีครับ แต่ผมไม่แนะนำครับ  เวลาเกี่ยวลูกปลาเป็นๆ แล้วรู้สึกไม่ดีเลยครับ  ผมบอกได้เลยว่าเนื้อปลาแซลม่อนใช้ตกแข่งบ่อปูนได้เลยครับ  และก็เคยได้รางวัลมาแล้วครับ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าครับ นำมาแช่ฟรีซ เวลาใช้ให้ตัดเกี่ยวเบ็ดไม่ต้องมากครับ แต่ต้องหมั่นเช็คเยื่อทุก 5 นาที เนื่องจากโดนน้ำแรงๆ มักหลุดได้ง่ายครับ
  2. สำหรับบ่อดิน  ให้ใช้เหยื่อหมัก โดยนำ หัวใจไก่ ไข่ไก่ ซอสน้ำมันหอย  สามอย่างนำมาหมักเข้าด้วยกัน
สัก 2-4 วันครับ  ก่อนตกหากนำไปคลุกกับพวกหัวอาหารกุ้งจะได้ผลดีมากครับ ข้อนี้ผมขอสงวนสิทธิ์เรื่องสูตรหัวอาหารนะครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ผมยังปรุงจำหน่ายอยู่ครับ

          หมายเหตุ  เหยื่อทุกชนิดเมื่อเกี่ยวเข้ากับเบ็ดแล้ว  ห้ามมิให้เบ็ดโผล่เป็นอันขาด เนื่องจากว่ากุ้งเป็นสัตว์ขี้
ระแวงมากครับ  หากเบ็ดโผล่มันจะไม่แตะต้องเหยื่อเลยครับ  และไม่ควรเกี่ยวเหยื่อชิ้นใหญ่ครับ ชิ้นเล็กกุ้งจะกินได้ไวกว่าครับ
          ด่วน.....ดูรูปตะขอปลดกุ้งที่ผมนำเสนอได้ในนี้ครับ http://www.siamfishing.com/content/view.php?id=96&cat=article

          ท้ายสุดนี้ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ  และอย่าถูกเขม่นจากเจ้าของบ่อตกกุ้งที่ท่านตกกุ้งของเค้าไปได้
มาก  หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติบสอบถามได้ที่ jone500x2@hotmail.com  หรือโทร 09-0794995(หลัง 12.00 น.)

          ๋jOne 5Oo    
กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ
siamfishing.com © 2014