สยามฟิชชิ่ง
หน้าแรก|กระดาน|รีวิว|ประมูล|ตลาด|เปิดท้าย
login | สมัครสมาชิก | วิธีสมัครสมาชิก | ลืมชื่อ/รหัส | login ไม่ได้?
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++ : Fishing Article
 ห้องบทความ/เทคนิค > บทความอื่นๆ
ความเห็น: 144 - [21 ธ.ค. 58, 14:50] ดู: 166,133 - [27 พ.ค. 60, 11:09] ติดตาม: 20 โหวต: 41
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
โย อุบล (407 คะแนนโหวตจากผู้ชมกระทู้) offline
5 พ.ย. 49, 10:45
18
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 1

ต้องขออนุญาตออกตัวก่อนนะครับ ว่า "เป็นการเรียบเรียงจากประสบการณ์ของผม
และเพื่อน ๆ ในเว็บไม่กี่คน ผิดถูกประการใดขอความเห็นเพิ่มเติมด้วยนะครับ"



++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 2

++++ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ++++


1. ผู้ขายตกลงจะขายสินค้าให้กับผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว 

++++แต่จู่ๆ ผู้ขายก็โทรมากบอกผู้ซ์อว่า "ไม่ขายสินค้าขิ้นนั้นให้แล้ว" ด้วยเหตุผลต่าง ๆ คือ
  
  1.1 สินค้าชิ้นนั้นแตกหักเสียหายก่อนทำการส่ง จึงมิสามารถส่งให้ผู้ซื้อได้ เนื่องจากสินค้ามีเพียงชิ้นเดียว 

      ++ผู้ขายควรกล่าวคำขอโทษ  หากผู้ซื้อโอนเงินมาให้แล้วผู้ขายควรโอนเงินคืนให้กับผู้ซื้อพร้อมค่าโอน
เช่นค่าสินค้า  3,000 บาท ควรโอนคืนไปให้ผู้ซื้ออย่างน้อย 3,030 บาท เป็นต้น

  1.2 สินค้าชิ้นนั้นเป็นสินค้าฝากขายจากบุคคลภายนอก  และบุคคลภายนอกท่านนั้นเปลี่ยนใจไม่ขายสินค้า
และขอสินค้ากลับคืนไป

      ++ผู้ขายควรกล่าวคำขอโทษ  หากผู้ซื้อโอนเงินมาให้แล้วผู้ขายควรโอนเงินคืนให้กับผู้ซื้อพร้อมค่าโอน
เช่นค่าสินค้า  3,000 บาท ควรโอนคืนไปให้ผู้ซื้ออย่างน้อย 3,030 บาท เป็นต้น (พร้อมกับทำใจที่มีเพื่อนจิตใจโลเล)


  1.3 สินค้าชิ้นนั้นอุปกรณ์ประกอบไม่ครบ เช่น กล่องหาย ประแจน้ำมัน หาไม่เจอ

      1.3.1"ผู้ซื้อจะไม่แคร์ว่าของครบหรือไม่  ยังยืนยันที่จะซื้อเหมือนเดิม
 
      ++ผู้ขายควรกล่าวคำขฮโทษ พร้อมกับให้ส่วนลดในส่วนของอุปกรณ์ที่ขาดหาย  หรือ
เพิ่มสินค้าอย่างอื่นที่มีมูลค่าพอ ๆ กับอุปกรณ์ที่ขาดหายไป  เช่น ค่าสินค้า 3,000 บาท
      แต่ผู้ขายไม่สามารถหากล่อง ประแจ น้ำมัน และคู่มือ ไม่เจอ ก็ควรจะลดให้ผู้ซื้อสัก 500 บาท 
หรือ แถมเหยื่อปลอมราคา 250 บาทให้สัก 2 ตัว เป็นต้น
 
      1.3.2 ผู้ซื้อแคร์ว่าของไม่ครบ ผู้ซื้อเลือกที่จะยกเลิกการซื้อขาย

      ++ผู้ขายควรกล่าวคำขอโทษ  หากผู้ซื้อโอนเงินมาให้แล้วผู้ขายควรโอนเงินคืนให้กับผู้ซื้อพร้อมค่าโอน
เช่นค่าสินค้า  3,000 บาท ควรโอนคืนไปให้ผู้ซื้ออย่างน้อย 3,030 บาท เป็นต้น


++
เรื่องควรอ่าน...+มารยาทในการซื้อขายผ่าน+หน้าตลาด+siamfishing.com+คลิ๊กตรงนี้ครับ
++
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 3

2. ผู้ซื้อตกลงจะซื้อสินค้ากับผู้ขายเรียบร้อยแล้ว

แต่จู่ๆ ผู้ซื้อก็โทรมาบอกผู้ขายว่า "ขอยกเลิกการซื้อขายก่อนได้หรือไม่"

ด้วยเหตุผลต่าง ๆ คือ

  2.1  ผู้ซื้อจำเป็นต้องใช้เงิน เพื่อประโยชน์อย่างอื่นเช่น ภรรยาคลอดบุตร ลูกป่วย ช่วยงานแต่ง แบ่งสมบัติ
ซึ่งจำเป็นกว่าการซื้อสินค้าของผู้ขายอย่างแน่นอน


 

        ++ผู้ซื้อควรกล่าวคำขอโทษ    หากผู้ซื้อโอนเงินไปแล้ว ก็ควรขอร้องให้ผู้ขายรบกวนโอนเงินคืนมา
โดยหักค่าใช้จ่ายในการโอนออกไป เช่น  ผู้ซื้อโอนค่าสินค้าให้ผู้ขายไปแล้ว 3,000 บาท

            ก็ควรให้ผู้ขายโอนกลับมาเพียง 2,970 บาทเท่านั้น  และยิ่งถ้าหากผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้ว
ก็ควรส่งสินค้าคืนผู้ขายอย่างเร็วที่สุด.....  หรือไม่ก็เอามาขายในหน้าตลาดในราคาที่ซื้อไปก็ได้

 

  2.2  ผู้ซื้อไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าสินค้าให้กับผู้ขายได้ทันตามสัญญา
 

        ++ผู้ซื้อควรกล่าวคำขอโทษพร้อมกับบอกยกเลิกการซื้อขายครั้งนั้น 
เพื่อให้โอกาสคนที่จองต่อภายใน 2-3 วัน

        ++หากผู้ขายส่งของมาให้ผู้ซื้อแล้ว  ผู้ซื้อควรกล่าวคำขอโทษพร้อมกับส่งของคืนให้กับผู้ขาย
พร้อมกับรับผิดชอบค่าส่งทั้งไปทั้งกลับให้กับผู้ขายอีกด้วย

        ++แต่ถ้าหากผู้ซื้อยังอยากได้สินค้านั้น ๆ อยู่ และผู้ขายไม่รีบร้อนในการใช้เงิน
ผู้ซื้อก็ควรนัดวันที่แน่นอนในการชำระเงินค่าสินค้า    แต่หากว่าผู้ซื้อไม่ชำระเงินได้ตามนัดแล้ว
ผู้ซื้อ ก็ควรจะยกเลิกการซื้อขายครั้งนั้นเสีย

 

  2.3  ผู้ซื้อพบว่าร้านใกล้ ๆ บ้านหรือคนขายอีกท่านหนึ่งขายถูกกว่า เลยไม่อยากซื้อในราคาที่สูงกว่า
 

        ++ผู้ซื้อควรบอกกับผู้ขายไปตรง ๆ ว่า สินค้าของผู้ขายสูงกว่า ที่ผู้เห็นขายอยู่ใกล้ ๆ บ้าน

            ++  ผู้ขายอาจจะยินยอมลดราคาสินค้าให้เท่ากับหรือน้อยกว่าราคาที่ผู้ซื้อเสนอมา
(ทั้งนี้ขึ้นกับว่า ต้นทุนของผู้ขายสูงหรือต่ำ)

                ++ ผู้ซื้อที่ดีควรจะกล่าวคำขอบคุณที่ผู้ขายยินยอมลดราคาให้

            ++  ผู้ขายอาจจะยอมที่จะยกเลิกการขายโดยดี เนื่องจากไม่สามารถขายสินค้าชิ้นนั้นๆ
ในราคาที่ผู้ซื้อเสนอมาได้ เนื่องจากราคานั้นอาจเป็นราคาต้นทุน หรือราคาขาดทุนของผู้ขาย

                ++ ผู้ขายที่ดีมักจะกล่าวคำขอโทษที่ไม่สามารถขายสินค้าราคาต่ำตามที่ผู้ซื้อเสนอให้ได้

++
เรื่องควรอ่าน...+มารยาทในการซื้อขายผ่าน+หน้าตลาด+siamfishing.com+คลิ๊กตรงนี้ครับ
++
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 4

++++ปัญหาไม่เล็กไม่น้อย และคอยที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย
ขาดสติสัมปะชัญญะในการแก้ไขปัญหา++++


1. ปัญหายอดฮิตติดชาร์ตอันดับหนึ่งของเว็บ
คือ "ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายในราคาที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ  และตกลงกันว่า .........
ให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ขายก่อน ผู้ขายจึงจะทำการส่งของให้กับผู้ซื้อ"

  1.1 ผู้ซื้อทำการโอนเงินแล้วแต่ผู้ซื้อยังไม่ได้รับของ โดยมีเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้

      1.1.1 ส่งให้แล้วแต่โดนตีกลับ เนื่องจากที่อยู่ไม่ถูกต้อง
 

            ++ หากผู้ขายจ่าหน้าซองผิด ผู้ขายควรกล่าวคำขอโทษ พร้อมกับส่งไปใหม่ให้เร็วที่สุด
พร้อมกับส่วนลดหรือของแถม
            ++ แต่ถ้าหากเป็นเพราะผู้ซื้อบอกผิด ผู้ซื้อก็ควรกล่าวคำขอโทษ
พร้อมกับโอนเงินค่าส่งรอบที่สองให้กับผู้ขาย เนื่องจากเป็นความผิดพลาดของผู้ซื้อที่บอกที่อยู่ผิด
 

      1.1.2 ส่งให้แล้วแต่ไม่มีคนอยู่บ้าน ของเลยค้างที่ไปรษณีย์ พอครบกำหนดสินค้าก็จะถูกส่งคืนผู้ขาย

            ++ ผู้ซื้อควรโอนเงินค่าส่งรอบที่สองให้กับผู้ขาย เนื่องจากเป็นความผิดพลาดของผู้ซื้อที่ไม่อยู่บ้าน
และไม่ติดตามผลที่ไปรษณีย์ก่อนถูกส่งกลับ (ปกติแล้วผู้ที่ขายของบ่อย ๆ เหมือนผม
จะเลือกส่งแบบ EMS เพราะสามารถเช็คของได้ว่า ส่งไปถึงไหนแล้ว  แต่คนขายทุกคนไม่ได้รู้ตรงจุดนี้
ฉะนั้น ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนซื้อ (ผู้รับ) ต้องรีบโทรบอกคนส่ง...หากยังไม่ได้รับของภายใน 7 วัน)

      1.1.3 ส่งให้แล้วแต่สินค้าสูญหายระหว่างทาง (โดนขโมย)

            : กรณีเกิดขึ้นจริงมาแล้วนะครับในเว็บของเรา คือ ผู้ขายก็เป็นผู้ขายที่ดี มีเลขที่ EMS ยืนยัน
แต่ผู้ซื้อไม่ได้รับ และหลังจากเช็คกับเลขที่ EMS ปรากฎว่า ขอหายไปกลางทาง ไม่เข้าระบบที่ปลายทาง

            ++ ผู้ขายควรกล่าวคำขอโทษ เนื่องจากว่า ถือว่าเป้นควรผิดของผู้ขายแต่ฝ่ายเดียว
เพราะผู้ซื้อได้ทำหน้าที่ของผู้ซื้อสำเร็จแล้ว (โอนเงินแล้ว) 
              ดังนั้นระหว่างที่ติดตามสินค้าสูญหายจากบริษัทที่รับผิดชอบ
เรื่องการส่งของ  ก็ควรจะโอนเงินคืนให้กับผู้ซื้อพร้อมค่าโอน เช่นค่าสินค้า  3,000 บาท
ควรโอนคืนไปให้ผู้ซื้ออย่างน้อย 3,030 บาท เป็นต้น 

                +++ผู้ขายต้องทำใจ....เพราะในส่วนนี้ผู้ซื้อไม่ใช่คนผิด...ดังนั้นคนขายต้องดำเนินการกับผู้จัดส่ง
(ไปรษณีย์/บริษัทฯ ขนส่ง ตามกฏหมายต่อไป)

      1.1.4 ผู้ขายยังไม่ได้ส่งของให้ผู้ซื้อตามที่ตกลง แบ่งได้หลายกรณี

              1.1.4.1  ผู้ขายเดินทางไปไปรษณีย์ลำบาก หรือ ไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปส่งของตามที่นัดกันไว้

                      +++ผู้ขายควรโทรไปบอกผู้ซื้อถึงเหตุขัดข้อง........... พร้อมกับรีบส่งของให้เร็วที่สุด

              1.1.4.2  ผู้ขายฝากลูกน้องไปส่ง  ++พอผู้ซื้อโทรมาถามผู้ขาย
ผู้ขายเลยโทรไปถามลูกน้องว่า "ส่งหรือยัง " ลูกน้องบอกว่า "ส่งแล้วครับ" ผู้ขายจึงบอก ผู้ซื้อไปว่า "ส่งแล้ว"
แต่ของก็ยังไม่ถึงตามกำหนด
              พอถามถึงใบส่งของจากลูกน้อง ปรากฎว่า ลูกน้องของผู้ขายดันส่งหลังเวลาปิดถุง EMS
ทำให้ของถึงช้าไปอีก 1 วัน

                      ++ ผู้ขายควรกล่าวคำขอโทษ พร้อมกับอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้กับผู้ซื้อฟัง
แล้วอย่าลืม  "เขกกะโหลกลูกน้องตัวดีด้วย" ฮี่ม.....

              1.1.4.3  ผู้ขายป่วยกระทันหัน  เสียชีวิตกระทันหัน จึงไม่สามารถไปส่งของให้ได้
                      ++ กรณีที่ป่วย  ผู้ขายควรโทรบอกผู้ซื้อถึง เหตุผลที่ไม่สามารถส่งสินค้าให้ได้ตามกำหนด
และควรรีบให้ญาติพี่น้อง ดำเนินการในการส่งสินค้าให้ผู้ซื้ออย่างเร็วที่สุด
                      ++ กรณีที่เสียชีวิต  ในกรณีนี้ผู้ซื้อต้องลำบากติดต่อกับญาติของผู้ขายที่เสียชีวิตไปแล้ว
ให้ส่งของให้ (แต่ควรจะให้ส่งให้หลังจากประกอบพีธีศพเรียบร้อยแลั้ว ผู้ซื้อต้องทำใจรอครับ
เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าใครจะตายวันไหน)

            1.1.4.4  ผู้ขายตั้งใจโกง ผู้ซื้อครับ กล่าวคือ ไม่ยอมส่งของให้นั้นเอง
(ปัญหานี้จะไม่เกิดถ้าคุณเลือกซื้อกับผู้ขายที่น่าไว้ใจ)

                      ++ ผู้ซื้อควรเก็บหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญขีของผู้ขายจอมโกงคนนั้นไว้ให้ดี
พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมาย และอย่าลืมประกาศให้เพื่อนๆ หน้าเว็บทราบด้วยถ้อยคำที่สุภาพ 
ที่สำคัญควรให้ความเห็นใน feed bacK scoreเพื่อเป็นการเตือนสมาชิกท่านอื่นอีกทางหนึ่ง 
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 5
2.  ปัญหายอดฮิตอันดับสองของเว็บ    ก็คือ 

                    ""ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายในราคาที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ  และตกลงกันว่า ....
ให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ขายก่อน ผู้ขายจึงจะทำการส่งของให้กับผู้ซื้อ   
                   
                        แต่บังเอิญว่า ในเว็บของเรามีคนขายใจดี อย่าง น้า shogun.nr คือ
ขอให้บอกครับว่า ....อยากได้สินค้าที่น้าแกขาย  ถ้าน้าแกมีที่อยู่น้าแกจะส่งให้ทันทีที่มีโอกาส
"(++ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามครับน้าโชฯ++แต่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของเว็บน้าคงไม่ว่า
หากน้าว่า "ก็ว่า น้องคนนี้คนเดียวนะครับ" ผมยอมครับ

    2.1 ผู้ขายส่งของให้เรียบร้อย (มีเลขที่การส่งของยืนยันแน่นอน) แต่ผู้ขายไม่ได้รับเงินโอน
ตามที่ตกลงกันไว้  ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้

        2.1.1 ผู้ซื้อโอนเข้าไม่ครบจำนวนที่ตกลงไว้ เช่น  ราคาสินค้าพร้อมส่ง  3,000 บาท
ผู้ซื้อโอนให้เพียง 2,970 บาท ด้วยสาเหตุก็คือ ผู้ซื้อเข้าใจว่าผู้ขายต้องรับผิดขอบค่าโอน 30 บาท
เลยโอนให้แค่ 2,970 เป็นต้น

              ++ ตามหลักลองคิดแบบมอง 2 ด้านนะครับ

                ++  1 ++ ด้านผู้ซื้อ +++ 

1.1  ผู้ซื้อมีหน้าที่ในการชำระเงิน ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการชำระเงินควรเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ 
และการโทรบอกผู้ขายว่า โอนเงินแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ

  1.2  ผู้ซื้อมีหน้าที่ในการรับสินค้า ดังนั้นเมื่อผู้ขายส่งของให้แล้ว ไม่ว่าจะ การรออยู่ที่บ้าน
เพื่อรับสินค้า หรือ ต้องไปรับสินค้าเองที่ไปรษณีย์ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ ค่าน้ำมันที่ไปไปรษณีย์
ผู้ซื้อก็ต้องออกเอง ถูกต้องไหมครับ (ถ้าเกิดวันหนึ่งผู้ขาย วงเล็บต่อท้ายว่า ค่าส่ง 50 บาท
ค่าน้ำมันไปส่ง 100 บาท คนซื้อจะยอมรับผิดชอบไหมล่ะครับ อิ อิ...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงแย่เลย...... )

                ++  2 ++ ด้านผู้ขาย++ 

                        2.1 ผู้ขายมีหน้าที่ในการส่งสินค้าหลังจากผู้ซื้อแจ้งโอนเงิน และมีสลิปในการโอนเงินมายืนยัน
ค่าน้ำมันรถที่นำสินค้าไปส่ง ก็ต้องเป็นผู้ขายเองที่ต้องรับผิดขอบ และต้องแจ้งหมายเลขการส่งของให้กับผู้ซื้อด้วย
........  ถูกต้องไหมครับ

                        2.2 ผู้ขายมีหน้าที่ไปรับเงินจากธนาคารที่ผู้ขายเปิดบัญชีอยู่  การเดินทางไปเบิกเงินจากธนาคาร
ที่ผุ้ขายเปิดไว้ ก็เป็นความรับผิดชอบของผู้ขายถูกต้องไหมครับ
(เดี๋ยวผมจะมีกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับ ผู้ซื้อโอนเงินแล้วผู้ขายอ้างว่าเงินไม่ได้เข้าบัญชีให้ดูแบบเต็มๆ
อันนี้เจอมากับตัวเอง  ซู้ดยอด)

          +++  สรุปก็คือ ผู้ซื้อควรโอนไปตามจำนวนที่ตกลงกันไว้
โดยผู้ซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าโอนเอง  ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือ ต่างฝ่ายต่างมีค่าใช้จ่าย
ในการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอยู่แล้ว
(ยกเว้นผู้ขายที่ดีเขาจะช่วยค่าโอนให้ ก็เป็นเรื่องของน้ำใจที่มีให้กันครับ) +++++

    2.2  ผู้ขายส่งของให้เรียบร้อย (มีเลขที่การส่งของยืนยันแน่นอน)
แต่ผู้ขายยังไม่ได้รับเงินโอนตามที่ตกลงกันไว้  ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้

        2.2.1 ผู้ซื้อเดินทางไปชำระเงินลำบาก หรือ ไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปที่ธนาคารเพื่อโอนเงินตามที่นัดกันไว้

                      +++ผู้ซื้อควรโทรไปบอกผู้ขาย  พร้อมกับรีบโอนเงินให้ผู้ขายให้เร็วที่สุด

        2.2.2  ผู้ซื้อฝากลูกน้องไปโอนเงิน 
                       
                            ++พอผู้ขายโทรมาถามผู้ซื้อ  ผู้ซื้อเลยโทรไปถามลูกน้องว่า "โอนหรือยัง"
" ลูกน้องบอกว่า "โอนแล้วครับ (จริง ๆ แล้วยังไม่ได้โอน แต่ต้องบอกว่าโอนแล้วเพราะกลัวโดนเจ้านายด่า)
" ผู้ซื้อจึงโทรไปบอก ผู้ขายไปว่า "โอนแล้วน้า"
แต่ปรากฏว่าเงินยังไม่เข้าบัญชี  แถมไม่มีสลิปการโอนเงินมายืนยันว่าโอนแล้ว   
                           
                            ++คนขายเลยโทรมาบอกว่า ไม่เห็นมีเงินเข้าเลย ช่วยโพสต์สลิปให้ดูหน่อยได้ไหม
  +++พอลูกน้องกลับมา  พอถามถึงใบโอนเงินจากลูกน้อง ปรากฎว่า ลูกน้องของผู้ซื้อ ดันเพิ่งโอนไปเมื่อกี้
ไม่ได้โอนตอนผู้ซื้อโทรไปถาม

                            +++อันนี้เป็นเวรกรรมของผู้ซื้อครับที่มีลูกน้องน่าเขกกะโหลกเช่นนี้++
                     
                              ++ ผู้ซื้อควรกล่าวคำขอโทษ พร้อมกับอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้กับผู้ขายฟัง
แล้วอย่าลืม  "เขกกะโหลกลูกน้องตัวดีด้วย" ฮี่ม.....

            1.1.4.3  ผู้ซื้อป่วยกระทันหัน  หรือเสียชีวิตกระทันหัน จึงไม่สามารถไปโอนเงินค่าสินค้าให้ได้

                      ++ กรณีที่ป่วย  ผู้ซื้อควรโทรบอกผู้ซื้อถึง เหตุผลที่ไม่สามารถโอนเงินให้ได้ตามกำหนด
และควรรีบให้ญาติพี่น้อง ดำเนินการในการโอนเงินให้ผู้ขายอย่างเร็วที่สุด

                      ++ กรณีที่เสียชีวิต  ในกรณีนี้ผู้ขายต้องลำบากติดต่อกับญาติของผู้ขายที่เสียชีวิตไปแล้ว
ให้ส่งของคืนมาให้ผู้ขาย  (แต่ควรจะให้ส่งให้หลังจากประกอบพีธีศพเรียบร้อยแลั้ว ผู้ขายต้องทำใจรอครับ
เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าใครจะตายวันไหน)

            1.1.4.4  ผู้ซื้อตั้งใจโกง ผู้ขายครับ กล่าวคือ ไม่ยอมโอนเงินให้นั้นเอง
  (ปัญหานี้จะไม่เกิดถ้าคุณเลือกซื้อกับผู้ซื้อที่น่าไว้ใจ ดูได้จาก feed bacK score
และ ถ้าคุณไม่ส่งของให้ก่อนได้รับการแจ้งการโอนเงิน โดยมีสลิปเป็นหลักฐาน)
                     
                ++ ผู้ขายควรเก็บหลักฐานการส่งของให้กับผู้ซื้อจอมโกงคนนั้นไว้ให้ดี 
 
พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมาย

..ผู้ซื้อก็ควรให้ feedback score เป็นคะแนนลบ เพื่อเป็นการเตือนให้กับสมาชิกท่านอื่น......


..............แต่ผู้ซื้อไม่ควร....จะนำเรื่องราวไปโพสต์หน้ากระดาน หน้าตลาด หน้าเปิดท้าย หรือหน้าไหนๆ  เพราะอาจาทำให้เกิดความขัดแย้ง
หรือการฟ้องร้องตามมาได้


.....(ควรจะแจ้งให้น้าเว็บทราบเพื่อเป็นฐานข้อมูลเก็บไว้  เผื่อว่าผู้ขายคนนั้นกระทำผิดซ้ำสอง  น้าเว็บจะได้พิจารณาตามความเหมาะสม)


และถ้าหากผู้ซื้อ ได้รับ feed back เป็นลบ ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่คนผิด ก็ควรแจ้งให้น้า web ทราบ
เพื่อทำการแก้ไขให้ตรงกับความเป็นจริง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ซื้อเอง...


เรื่องควรอ่าน...+มารยาทในการซื้อขายผ่าน+หน้าตลาด+siamfishing.com+คลิ๊กตรงนี้ครับ
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 6

+++++++++ปัญหา 1 ใน ล้าน ที่ หาข้อสรุปได้จากคำว่า "น้ำใจ"และ "ไว้ใจ" +++++

เมื่อไม่นานมานี้ก่อนเขียนบทความนี้ขึ้นมา ปัญหา 1 ใน ล้านก็ได้เกิดขึ้นกับผม อย่างไม่มีใครตั้งใจให้เกิด
ปัญหานั้นก็คือ

1)  "ผมในฐานะผู้ซื้อ  และน้าอีกท่านหนึ่งในฐานะผู้ขาย    ตกลงซื้อขายสินค้าชิ้นหนึ่ง 
ในราคาที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ  และตกลงกันว่า ให้ผมในฐานะผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ขายก่อน
น้าท่านนั้นในฐานะผู้ขายจึงค่อยจะทำการส่งของให้กับผู้ซื้อ"++

+++++++++++++ตกลงกันเวลาประมาณ 9 โมง กว่า ๆ (ช่วงเช้า)+++++++++++++


2)  "ผมในฐานะผู้ซื้อ (ต่อไปจะเรียกว่าผู้ซื้อ)  ได้ทำการโอนเงินผ่านตู้ ATM เพื่อเข้าบัญชีของน้าท่านนั้น
ในฐานะผู้ขาย (ต่อไปจะเรียกว่าผู้ขาย) เป็นจำนวนเงิน 6,300 บาท ตาม สลิป
ดังรูปที่แสดงไว้  และหลังจากนั้นไม่นานผมก้โทรไปบอกผู้ขายว่า "ผมโอนเงินให้แล้ว" +++
++++++ผู้ซื้อทำธุรกรรม โอนเงิน 6,300 บาท เข้าบัญชีของผู้ขายเวลา 10.04 น.
มีค่าธรรมเนียม 25 บาท เนื่องจากเป็นการโอนต่างธนาคาร ++++
      ++ ผมได้ทำตามหน้าที่ของผู้ซื้อในข้อ 1.1 ที่กล่าวไว้ว่า  1.1  ผู้ซื้อมีหน้าที่ในการชำระเงิน
ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการชำระเงินควรเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ  และการโทรบอกผู้ขายว่า โอนเงินแล้ว
ก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ อย่างครบถ้วนกระบวนความ +++

3)  "เวลาประมาณ 10 โมงกว่า ๆ  ผู้ซื้อได้รับรับโทรศัพท์จากผู้ขายแจ้งให้ทราบว่า
"ไม่มีเงินตามที่ตกลง เข้าบัญชีของผู้ขาย"  ผู้ซื้อ เลยไปติดต่อกับธนาคารของผู้ซื้อว่า
"ผมโอนเงินไปแล้วแต่ยอดไม่เข้าครับ" ทางธนาคารชี้แจ้งมาว่า อาจมีการชัดข้องทางเทคนิคได้
ขอให้รอหน่อย  หากมีการหักยอดในบัญชีไปแล้ว (ตามสลิป รับรองมีการโอนเกิดขึ้นแน่ๆ )
โดยไม่บอกว่าให้รอนานเท่าไหร่
++++++++++++++แต่เนื่องด้วย ที่ทำการไปรษณีย์ปิด 12.00 น. (วันเสาร์) 
ผู้ซื้อ : ที่โอนเงินแล้วจึงถามผู้ขายว่า "ไว้ใจผมหรือเปล่าเนี่ย  ผมโอนให้แล้วจริงๆ เดี๋ยวถ้ากลับเข้าบ้านผมจะโพสต์สลิปให้ดู"
(ผมถามในฐานะที่ผมกับผู้ขายเป็นคนเหนือเหมือนกัน)
ผู้ขาย : ตอบว่า "ไว้ใจครับ ผมเห็นชื่อน้ามานาน" 
ผู้ซื้อ : (ผม) เลยบอกว่า งั้นรบกวนส่งให้ภายในวันนี้ก่อน 12.00 น.ได้หรือเปล่า  เพราะผมจะได้ทันใช้รอกวันจันทร์
ผู้ขาย : ตอบว่าได้ครับ  +++แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งให้  โดยผู้ขายอ้างว่า...........ไปส่งให้ไม่ทัน
เนื่องจากรถติด งานพืชสวนโลก (เชียงใหม่) ++++

4)  "ผู้ซื้ออย่างผมเสียความรู้สึกมาก เลยเอาหลักฐานการโอนเงินมายืนที่หน้าเว็บ สุดท้าย
ผู้ขายก็ยอมรับว่า "ไม่กล้าส่งให้เพราะเป็นครั้งแรกที่ติดต่อซื้อขายกับผม"
       

ผมก็เข้าใจครับ  ณ เวลานั้น ความเป็นคนเหนือเหมือนกัน  จึงปล่อยให้เรื่องราวมันเป็นไปตามที่ควร
 


ผมเลยแสดง statemet และ อธิบายกระบวนการเงินเข้าเงินออกทั้งหมดที่หน้าเว็บ 

และผู้ขายก็บริสุทธิ์ใจโดยการแสดงหน้าบัญชีให้ผมดูเช่นกัน        แต่ด้วยความมีน้ำใจของผู้ขาย

สุดท้ายเขาโทรมายืนยันอีกครั้งว่า วันจันทร์เขาจะส่งของให้         


+++ถึงตอนนี้ผมทำหน้าที่ของผู้ซื้อในข้อแรกเรียบร้อยไปแล้ว +++

++และผู้ขายก็สัญญาว่าจะทำหน้าที่ของผู้ขายให้เรียบร้อยภายในวันจันทร์+++

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 7
เงินไม่เข้าจริง ๆครับ (1)

1 ใน ล้านครับ งานนี้

ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับน้า ๆ น้าจะทำอย่างไรครับ
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 8
น้าผู้ขายยอม เสียเวลาไปกดเงินเพื่อเช็คยอด  เงินก็ยังไม่เข้า( 2)
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 9
ขอชมผู้ขายครับ  น้ำใจดีครับ ทั้งๆ  ที่มีปัญหาอย่างนี้ยังยืนยันส่งของให้ผมภายในวันจันทร์ครับ


++สรุป++

ผมโอนเงินแล้ว มีหลักฐาน ชัดเจน

น้าหน่องยังไม่ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี  มีหลักฐานชัดเจน

แต่น้าผู้ขายยังมีน้ำใจส่งของให้ผมภายในวันจันทร์ ก็ขอขอบคุณมาก ๆ ครับ
ในน้ำใจในครั้งนี้ครับ

ตอนนี้ผมจัดการในส่วนของผมเรียบร้อย แล้วคือติดต่อ ธนาคารต้นสังกัดให้เช็ค ว่า
"ตอนนี้ ยอดที่ตัดบัญชีของผมไปแล้ว หายไปไหน เพราะอะไรยังไม่เข้าบัญชีของผู้ขาย
ทั้งที่หลักฐานทั้งสองฝ่ายถูกต้องทุกประการ"

ทางธนาคารของผม จะประสานงานกับธนาคารของน้าผู้ขายในวันทำการ
และจะแจ้งให้ผมทราบอีกครั้งทางโทรศัพท์ว่าผม ต้องดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติมให้เงินจำนวนนี้เข้าบัญชี
น้าผู้ขายให้ได้เร็วที่สุด

ผมเข้าใจครับว่าเป็นการซื้อขายครั้งแรก ผมยอมรับว่า ผมไม่สบายใจเช่นกันหลังจากทราบเรื่อง
แต่ก็เข้าใจดีว่า "ไม่มีใครอยากมีเรื่องวุ่นวายแบบนี้เข้ามาในชีวิตแน่ ๆ ครับ" 

พอวันรุ่งขึ้น ผู้ขาย ก็โทรมาบอกว่า เงินเข้าแล้วตั้งแต่เมื่อวานก่อน 24.00 น.

ผู้ซื้อส่งของให้ ผู้ขาย  เรื่องก็จบลงด้วยดี ไม่มีใครถูกใครผิด
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 10
หากน้า ๆ เห็นว่ามีประโยชน์ก็รบกวนให้ความเห็นหน่อยก็แล้วกันครับ

หรือน้า ๆ ท่านใดคิดว่าส่วนไหนควรเพิ่มเติมวิธีแก้ไข หรือมีปัญหาอื่นใดที่ผมไม่ได้กล่าวถึง
ก็รบกวนน้า ๆ บอกด้วยครับ


นับถือ
โย
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 11

ยังมีปัญหาอีกมากมาย โดยเฉพาะ การบอกสภาพ เปอร์เซ็นต์ ของสินค้า ที่ ไม่ได้มาตรฐาน......

เช่น  คนขายบอก 95 % พอของมาถึงคนซื้อแทบช๊อค เพราะคนซื้อรู้สึกว่า มันน่าจะสภาพแค่ 85 % 
คนขายแบบนี้จะขายของได้แค่ครั้งเดียวกับผู้ซื้อคนนั้น....

///////////////////////////////

การตีสภาพของสินค้า ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม

1. สินค้าใหม่ที่สั่งมาขาย มีกล่องอุปกรณ์ คู่มือต่างๆ ครบ = 100 % (กรณีนี้ผู้ขายเป็นร้านค้า)

        ++++++ร้านค้า...ถ้าไม่ขายในอินเตอร์เน็ต..ร้านค้าก็ยังขายได้ที่ร้านค้า สินค้าในข้อนี้เลยให้เต็ม 100 %
และผู้ซื้อมีความมั่นใจได้เลยว่า .....สินค้าเป็นของใหม่ 100 %
     

2. สินค้าใหม่ที่ไปซื้อมาจากร้าน  พอกลับมาที่บ้านรู้สึกหมุนแล้วไม่ค่อยชอบ แต่ยังไม่ได้ใช้ = 99 %

      ++++จริงอยู่ที่ว่า สินค้าในข้อนี้เป็นของใหม่ แต่....เมื่อถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ในการครอบครอง
ของนักตกปลาที่ไม่ใช่ร้านค้า  % ของสินค้าก็จะตกลงทันที  หากนำไปเทิร์นที่ร้านที่ซื้อ
ก็จะโดนกดราคาอย่างน่าใจหาย....การนำมาขายในอินเตอร์เน็ตดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า 

      ++++แต่ทั้งนี้  ผู้ซื้อ ก็มีสิทธิที่จะสงสัย และไม่แน่ใจว่า "สินค้าชิ้นนี้ใหม่จริงหรือเปล่า".........
     
3. สินค้าใหม่ที่สั่งมาขาย กล่องชำรุด คู่มือ หาย หรืออุปกรณ์บางอย่างขาดไป แต่ตัวรอกยังใหม่ = 98 %

4. สินค้าที่ซื้อมาแล้วนำไปลองใช้เพียง 1 ครั้ง แต่สินค้ายังไม่มีรอยแม้แต่นิดเดียว (อุปกรณ์ก็ยังครบ) = 97 %

5. สินค้าที่ซื้อมาแล้วนำไปลองใช้เพียง 1 ครั้ง แต่สินค้ายังไม่มีรอยแม้แต่นิดเดียว
(อุปกรณ์ไม่ครบเช่นกล่องหาย ประแจหาย ซองหาย)= 96%

6. สินค้าที่ซื้อมาแล้วใช้ไปสักพัก สินค้ามีรอยเล็ก ๆ บ้าง  2-3 จุด แต่ระบบภายในยังเยี่ยม
(อุปกรณ์ยังครบ) = 95 %

7. สินค้าที่ซื้อมาแล้วใช้ไปสักพัก  สินค้ามีรอยเล็ก ๆ บ้าง  2-3 จุด แต่ระบบภายในยังเยี่ยม
(อุปกรณ์ไม่ครบ เช่นกล่องหาย ประแจหาย ซองหาย) = 94 %

8. สินค้าที่ซื้อมาแล้ว ใช้ไปสักพักใหญ่ๆ สินค้าไม่มีรอยเลย แต่ ระบบภายในเริ่มสึกหรอ
(รอกสวย แต่เฟืองไม่แน่น หรือ คันเบ็ดไม่มีรอยเลย แต่ใช้จนน่วม) = 90 %
    หรือสินค้ามีรอยบ้าง สีซีดบ้าง แต่ภายในยังใช้ได้อยู่ ข้อนี้ผมก็ให้ 90 % เหมือนกัน

////////////////////////////ส่วนต่ำกว่า 90 % เนี่ย...ก็พิจารณาตามสภาพภายนอก อายุการใช้งาน
และอุปกรณ์ต่างๆ  ว่ายังอยู่ครบถ้วนดีหรือไม่  มีประกันบริษัทหรือเปล่า ประกันหมดหรือยัง ฯลฯ...///


                                      ****นา นา จิตตัง  เรื่อง % ของสินค้าเนี่ย.....*****


+++ ถ้าจะให้ดีนะครับ ให้ลงไว้ว่าสภาพภายนอกตามรูป (แต่ต้องถ่ายภาพให้ชัดเจนไม่หมกเม็ดนะครับ)

+++ บอกให้ละเอียดครับ....หมุนเป็นไง ลื่นไม๊ เสียงดังหรือเปล่า เบรคดีไม๊ ฯลฯ บอกให้หมด

+++ ถ้ามีความจริงใจ ก็ลงกำกับตอนท้ายไว้ด้วยครับว่า "หากสินค้าไม่ตรงตามประกาศ ยินดีคืนเงิน"


+

เรื่องควรอ่าน...+มารยาทในการซื้อขายผ่าน+หน้าตลาด+siamfishing.com+คลิ๊กตรงนี้ครับ
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 12

ทำอย่างไรดีเมื่อ....

1. ผู้ขายแจ้งรายละเอียดสินค้าว่า ...สภาพ 95 %

2. ผู้ซื้อจ่ายเงินเรียบร้อย

3. พอของมาถึงมือผู้ซื้อ...ปรากฏว่า..สินค้าไม่ตรงตามที่คุยกันทางโทรศัพท์ และไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ในประกาศ
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 13
ตัวอย่างเช่น.....น๊อตตรงคานโยกคลิ๊กเสียงไม่ใช่ของเดิม....หรือ...มีรอยมากกว่าที่บอก
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 14
หรืออาจจะโดนแบบหนัก ๆ เลยคือ....ผู้ขายบอกว่าไม่เคยแกะรอก...แต่พอผู้ซื้อแกะดูปรากฏว่า
อะไหล่บางชิ้นภายในรอก .....หายไป หรือแตกหักเสียหาย ทำให้รอกทำงานไม่ปกติ
เช่น...หมุนแล้วมีเสียงดัง....หรือ มันหลวม ๆ ...ก็ควรแจ้งให้ผู้ซื้อทราบให้หมด....
ไม่ใช่สักแต่ว่าอยากขายให้มันพ้น ๆ เลยต้องโกหกว่า รอกสวย รอกสมบูรณ์ดีทุกอย่าง....
พอคนซื้อพบข้อบกพร่อง ก็ไม่รับคืนของ ไม่ยอมโอนเงินคืนให้  แถมยังโบ้ย
โยนความผิดไปให้คนซื้ออีกว่า...แกะรอกจนพัง (เ ล ว ได้ใจจริงๆ สำหรับคนๆ นี้


เดี๋ยวจะมาบอกวิธีจัดการกับคนขายนิสัย snoopy พวกนี้ครับ...
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 15

อันดับแรกครับ


      +++ผู้ซื้อต้องรีบโทรไปคุยกับผู้ขายทันทีเมื่อได้รับของครับ++นี่คือ++ทางออกที่ดีที่สุด+++

                  1. หากน้าต้องการสินค้าชิ้นนั้นอยู่ ก็ควรจะขอให้ผู้ขาย โอนเงินคืนมาบางส่วน

                  +++ ผู้ซื้อก็จะได้สินค้าที่สมกับราคาที่จ่ายไป  หรือขอเปลี่ยนเป็นสินค้าที่ตรงกับสภาพที่แจ้งไว้ในประกาศ โดย ค่าใช้ในการส่งทุกอย่าง ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

                  2 หากน้าผู้ซื้อ ไม่ต้องการสินค้าชิ้นนั้นแล้ว เนื่องจากสภาพต่างจากที่ผู้ขายแจ้งไว้มากจนเกินไป (รับไม่ได้)

                  ++++ผู้ซื้อควรขอให้ผู้ขายโอนเงินค่าสินค้าคืน (พร้อมทั้งค่าส่งของกลับไปอีกด้วย)

////////ถ้าผู้ขายมีน้ำใจจะโอนเงินคืนทันทีก็แสดงว่า ผู้ขายท่านนั้นเป็นผู้ขายที่ดีมาก ๆ เลย/////



++++เอ้....แต่ถ้าคนขายออกลาย ดัลเมเชื่ยน.....บ่ายเบี่ยงที่จะคืนเงินให้ล่ะ..เราจะทำอย่างไรกันดี
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 16

งานนี้คงต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรมครับ....อันดับแรก ไปแจ้งความก่อนเลย
(อย่าลืมเซฟข้อมูล ในการประกาศขายของคนขายนิสัยแย่ๆ  คนนั้นไว้ด้วยนะครับ)

เมื่อผู้ขายไม่แสดงความรับผิดชอบ อย่างลูกผู้ชาย
..ผู้ซื้อก็ควรให้ feedback score เป็นคะแนนลบ เพื่อเป็นการเตือนให้กับสมาชิกท่านอื่น......



..............แต่ผู้ซื้อไม่ควร....จะนำเรื่องราวไปโพสต์หน้ากระดาน หน้าตลาด หน้าเปิดท้าย หรือหน้าไหนๆ  เพราะอาจาทำให้เกิดความขัดแย้ง
หรือการฟ้องร้องตามมาได้


.....(ควรจะแจ้งให้น้าเว็บทราบเพื่อเป็นฐานข้อมูลเก็บไว้  เผื่อว่าผู้ขายคนนั้นกระทำผิดซ้ำสอง  น้าเว็บจะได้พิจารณาตามความเหมาะสม)


และถ้าหากผู้ซื้อ ได้รับ feed back เป็นลบ ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่คนผิด ก็ควรแจ้งให้น้า web ทราบ
เพื่อทำการแก้ไขให้ตรงกับความเป็นจริง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ซื้อเอง...

(ถ้าผู้ซื้อไม่ได้ทำผิด แต่ผู้ขายกลับให้คะแนนลบ อย่างนี้ยิ่งแสดงออกถึงความยอดแย่ของผู้ขายแย่ๆ คนนี้ได้อย่างจริงใจสุดๆ )
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 17
ตอนนี้น้าผู้ซื้อ...มี 2 ทางเลือกครับ...

1. หาทนายเก่ง ๆ จัดการตามกฏหมาย

2. หาคนดีรักความยุติธรรมที่อยู่ใกล้ๆ ผู้ขายนิสัยแย่ๆ คนนั้น....ให้ช่วยจัดการตามสมควร
(ถ้าผู้ขายนิสัยแย่ๆ แบบนี้ เป็นข้าราชการ..ยิ่งง่าย..เพราะถ้าหากแจ้งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชา
ก็จะทำให้เรื่องราวจบลงเร็วขึ้น)
++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 18
ระวังคนอีกประเภทนึงนะครับ....พวกที่มีหลาย login 

(พวกที่ใช้หลาย login นอกจากจะเอาเปรียบในการใช้ทรัพยากรของ web แล้ว 
พวกนี้ยังสามารถสร้างความเสียหายให้กับน้าๆ ได้ทั้งทางหน้าตลาด / เปิดท้าย / ประมูล อย่างที่คุณไม่คาดคิด)

++ยกตัวอย่างเช่น+++ เขามี 4-5 login

1.  พวกเหลือบสังคมพวกนี้จะใช้ล๊อคอินใด ล๊อคอินหนึ่ง สมมติว่า ใช้ว่า "Wood วรรณ"
เพื่อทำการติดต่อซื้อของ โดยการโพสต์ หรือ การโทรไปตกลงกับผู้ขาย  แต่
แต่ยังไม่มีการชำระเงินในทันที  และจะขอรูปถ่ายของสินค้าหลายๆ มุมเพิ่มเติม
และกำชับว่าขอจองสินค้าชิ้นนั้นไว้ก่อนราว ๆ  3-7 วัน (โดยไม่มีการมัดจำใด ๆ )


2. ไม่นานนักพวกเหลือบสังคมพวกนี้จะใช้อีกล๊อคอิน
สมมติว่าใช้ว่า " จิงจำจร" นำรูปภาพของสินค้า มาโพสต์ขาย ในนามของ "จิงจำจร"
โดยตั้งราคาให้สูงกว่าที่ตกลงกับผู้ขายตัวจริง  หากมีคนโพสต์จอง หรือโทรมาตกลงสินค้า
"จิงจำจร" ก็จะบอกให้คนซื้อโอนเงินมาก่อน โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นา ๆ ...

3. หากผู้ซื้อไม่ได้คิดอะไรมาก.(พอใจในราคาที่ประกาศขาย) ก็จะโอนเงินให้เต็มจำนวนทันที

4. เจ้าเหลือบสังคมตัวนี้ก็จะ โทรไปยืนยันกับเจ้าของสินค้าตัวจริง พร้อมกับโอนเงินตามที่ตกลง

5. และบอกให้เจ้าของสินค้าส่งไปให้คนซื้อตัวจริง  โดยอ้างว่าเป็น เพื่อนกัน หรือ ส่งไปเป็นของขวัญให้เพื่อน

6. ถ้าสินค้าไม่มีปัญหา...เจ้าเหลือบพวกนี้ก็จะกินส่วนต่าง ไปอย่างสบายใจ 

7. แต่ถ้าประกาศขายไปสักพัก ยังไม่มีคนซื้อ (แต่ยังอยู่ในกำหนด 7 วันที่สัญญากับผู้ขาย)
เจ้าพวกนี้ก็จะใช้แผนสอง...อิ อิ
สมมติว่ามันมีอีก login ว่า "จอนจะกิน"  มันก็จะ logingเข้ามา ในชื่อ "จอนจะกิน"
แล้วมาโพสต์ถาม หรือ แสดงความเห็นในเชิงบวกต่อสินค้านั้น ๆ
เช่น  ....โห..ราคาถูกมากเลย / สวย ๆ แบบนี้ ราคานี้ ถ้ามีเงินผมเอาไปแล้ว / ฯลฯ 
หรือบางทีพวกนี้มันกล้าขนาดใช้ อีกอันเช่น "จำจร" มาเชียร์อีกแบบหน้าด้านๆ
ผมเคยซื้อของน้า wood วรรณ มาแล้วครับ สินค้าเขาดีจริงๆ   
++++บางทีพวกนี้ยิ่งหน้าด้านหนัก โดยการให้ Feed back score กับตัวเองก็มี เฮ้อ...+++++

8. ถ้ามีคนคล้อยตามก็เสร็จตามแผนของ "จอนจะกิน" เจ้าเหลือบพวกนี้ก็จะกินส่วนต่าง ไปตามสูตร

9. แต่ถ้าประกาศขาย แล้วขายไม่ได้  เจ้า "wood วรรณ" ก็จะโทรกลับไปบอกเจ้าของสินค้าตัวจริงว่า..
.."ขอยกเลิกการซื้อ" เนื่องจากความจำเป็นหลายประการ โดยที่มันไม่ได้เสียอะไรเลย...
แต่ผู้ขายเสียโอกาสในการขายสินค้านั้นให้กับคนที่อยากได้จริงๆ ไปอีก 3-7 วัน

ตามข้อตกลงของเว็บ..ได้มีการห้ามไม่ให้ใช้หลาย login ในการลงประกาศ 
สำหรับผู้ที่มีหลายล๊อคอิน ทางเว็บ ได้ให้โอกาสในการแจ้ง ยกเลิก login อื่น ๆ เพื่อให้ใช้เพียงชื่อเดียว
พวกที่ใช้หลาย login

คนพวกนี้สังเกตง่ายครับ...loginที่มีคำคล้ายๆ  กัน หรือสังเกตตรง IP address ก็ได้ครับ..
IP เดียวกันเป๊ะ บางคนก็ไม่ฉลาดเอาเสียเลยเพราะดันให้เบอร์โทรติดต่อ เบอร์เดียวกัน / ที่อยู่ไม่ต้องถาม
ที่อยู่เดียวกันเป๊ะๆ  เป็นต้น แต่ระวังพวกหัวหมอ นะครับ..ใช้หลายๆ เบอร์โทร..ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
หลายเครื่องในการ login ทำให้ ip address ต่างกัน อันนี้ก็ดูยากครับ


+++แต่อย่าเหมาว่าคนมีหลาย login เป็นคนไม่ดีหมดนะครับ เพราะบางคนมีหลาย login เพราะ

1. ไม่รู้ว่าทาง เว็บ ห้ามคน ๆ เดียวใช้หลาย login ในการลงประกาศ

2. มีหลาย login เพราะว่า ลืม password อันเดิม ทำให้ต้องสมัครใหม่

3. มีหลาย login เพราะว่า login นึงเอาไว้เล่นเครื่องที่ทำงาน  อีกอันเอาไว้เล่นที่บ้าน อีกอันเอาไว้เล่นในมือถือ

4. มีหลาย login เพราะว่า ไม่อยากให้คนที่รู้จักรู้ว่าซื้อของในเว็บ (เช่น ภรรยา หรือเพื่อน)

5. มีหลาย login เพราะว่า รู้สึกไม่ชอบชื่อเดิม เลยสมัครใหม่

6. ฯลฯ

น้าๆที่เข้าเกณฑ์ เหล่านี้จะไม่มีพิษมีภัยต่อน้า ๆท่านอื่น
.... เพราะเจตนาของน้าๆ เหล่านี้ไม่ได้ต้องการเอารัดเปรียบใคร...........เหมือนกับบางคนที่จ้องจะเอาเปรียบคนอื่น
โดยการใช้หลาย login  ในการซื้อขาย.


ยิ่งเจอพวกอ้างว่า มีคนใช้ login เดียว  แต่ใช้ร่วมกันหลายคน ยิ่งน่ากลัวนะครับ
พอเกิดปัญหาในการซื้อขายขึ้น ก็มาอ้างว่า ตัวเองไม่รู้เรื่อง  ก็ปัดให้คนอื่นที่ตามหาตัวไม่ได้แล้ว
เช่น อ้างว่า เคยเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้เลิกคบไปแล้ว หรือเพื่อนคนนั้นย้ายบ้านหนีไปแล้ว แบบนี้ก็แย่ครับ
ซึ่งตามหลักแล้วไม่ว่าใครจะก่อปัญหา โดยใช้  login นั้นๆ เจ้าของ login ก็ควรจะต้องรับผิดชอบอยู่ดี

++++++ซื้อขายอย่างไรจะปลอดภัยในอินเตอร์เน็ต+++++
ภาพที่ 20

ถึงแม้โลกใบนี้จะมีคนดี คนไม่ดีปะปนกันบ้าง....แต่ก็ขอให้โลกใบนี้มีแต่สันติ ด้วยการสนับสนุนคนดี
และป้องกันให้คนไม่ดีมามีอำนาจนะครับ...


- + - ขอให้น้า ๆ โชคดีกับการซื้อขายในอินเตอร์เน็ตนะครับ - + -


แต่ถ้าอยากส่งส่งรอกแบบง่ายๆ คันชิงหลิวมีกล่อง หรือ คันเบ็ดแบบมีไกด์ หรือแม้กระทั่งการเข้าร่วมประมูลก็คลิ๊กตรงหัวข้อด้านล่างนี้ได้ครับ

1.  เทคนิคง่ายๆในการส่งรอกให้ถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยไร้ริ้วรอย++
2. เทคนิคการส่งคันชิงหลิวให้ปลอดภัยถึงมือผู้รับ++
3. เทคนิคการส่งคันเบ็ดมีไกด์ให้ถึงผู้รับอย่างปลอดภัย ไร้ริ้วรอย++
4. อ่านสักนิดก่อนคิดประมูล++



ทำต่อไป ถ้ามั่นใจ ว่าดีแล้ว                จิตผ่องแผ้ว ไม่ต้องกลัว ครหา
คนเดินดิน หรือจะสิ้น คนนินทา          คอยตรวจตรา ความผิดพลาด ของตัวตน

เป็นคนดี หากผิดพลาด ชอบแก้ไข      คนจัญไร ชอบแก้ตัว เป็นนิจสิน
อัปยศ อดสู  อายฟ้าดิน                      ดีไม่สิ้น หากไม่ท้อ สู้ต่อไป



]อ่านบทความ "มารยาทในการซื้อขายผ่านsiamfishing.com คลิ๊ก ตรงนี้

++
++
เรื่องควรอ่าน...+มารยาทในการซื้อขายผ่าน+หน้าตลาด+siamfishing.com+คลิ๊กตรงนี้ครับ
กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ
siamfishing.com © 2017