กระดาน
รีวิว
ตลาด
ประมูล
เปิดท้าย
เรือ
แหล่งตกปลา
ร้านค้า
ค้นหาข้อมูล
Login
สมัคร
17 พ.ค. 69
ชาวสยามฟิชชิ่งคิดอย่างไร: SiamFishing : Thailand Fishing Community
<
1
2
กระดาน
คห. 44 อ่าน 4,222 โหวต 5
ชาวสยามฟิชชิ่งคิดอย่างไร
vnsurin
(136
)
2
คห.26: 22 ก.พ. 56, 22:31
รอฟังข่าวชัวร์ๆ อย่างพี่ไก่ว่าดีกว่าครับ
อาเจ
(95
)
คห.27: 23 ก.พ. 56, 00:10
อ้างถึง: vnsurin posted: 22-02-2556, 22:31:44
รอฟังข่าวชัวร์ๆ อย่างพี่ไก่ว่าดีกว่าครับ
ถูกคร้าบบบ
Yamong-T
คห.28: 23 ก.พ. 56, 00:24
อยากถามว่า"พวกหยดยากุ้ง,ช็อตปลา"พวกนี้ถือเป็นอาชีพประมงที่ต้องขึ้นทะเบียนด้วยป่าวครับท่านผู้มีอำนาจ
melon
(18
)
1
คห.29: 23 ก.พ. 56, 00:37
มีหลายประเด็นมาก
1.คนที่เอาข่าวมาล้างสมองสังคม เป็น ngo ที่เคยออกความเห็นว่าการประมงน่าจะมีกฏหมายใหม่
แต่พอมีกฏหมายใหม่ ตัวเองกลับบิดเบือนข่าวสารให้ประชาชนสับสนดื้อๆ
2.พระราชบัญญัติกรมประมงฉบับใหม่
เป้าคลี่คลายปัญหาการประมง
ผลผลิตของภาคการประมงสามารถ ทำรายได้ให้แก่ประเทศปีละกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันการประมงต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย อาทิ ภัยธรรมชาติ ความเสื่อมโทรม ของทรัพยากรประมง มลพิษในแหล่งน้ำ รวม ถึงการแย่งชิงทรัพยากรประมง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการทาง กฎหมายว่าด้วยการประมงที่ล้าสมัย ซึ่งบังคับใช้มาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 ทำให้ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป หลายฝ่ายจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรแก่ การปรับปรุงแก้ไขใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ........ โดยยกเลิกกฎหมายเดิมทั้งฉบับ และเพิ่มหลักการใหม่ ๆ ที่สำคัญ ๆ อาทิ มีการกำหนดให้มีแบ่งเขตการประมงในน่านน้ำไทยออกเป็น 3 เขต อย่างชัดเจน ได้แก่ เขตประมงน้ำจืด เขตประมงทะเลชายฝั่ง และเขตประมงทะเลนอกชายฝั่ง ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายเดิมไม่ได้กำหนดเขตพื้นที่ทำการประมง ทำให้เครื่องมือประมงที่ได้รับอนุญาตสามารถทำการประมงในทะเลได้อย่างเสรีในทุกเกือบพื้นที่ ก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงพื้นที่ทำการประมง และมีความรุนแรงมากขึ้น
กำหนดให้มีมาตรการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และมีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน โดยรัฐมีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนผู้ประสงค์จะเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของตนให้ได้มาตรฐาน และออกหนังสือรับรองให้ ซึ่งจะทำให้สัตว์น้ำที่ได้จากการเพาะเลี้ยงของประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า
กำหนดให้มีมาตรการส่งเสริมด้านสุขอนามัย นับตั้งแต่ขั้นตอนการจับ การดูแลสัตว์น้ำหลังการจับ และการขนส่ง โดยรัฐออกหนังสือรับรองให้ กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมง โดยกำหนดให้มีส่วนร่วมใน 2 ลักษณะ คือ การให้ตัวแทนภาคประชาชนร่วมเป็นคณะกรรมการนโยบายประ มงแห่งชาติ และกำหนด ให้กรมประมงมีหน้าที่ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรสัตว์น้ำภายในเขตประมงน้ำจืดหรือเขตประมงทะเลชายฝั่ง และกำหนดให้มี คณะกรรมการประมงนอกน่านน้ำไทย เพื่อเสนอแนะนโยบายและแนวทางการพัฒนาการประมงนอกน่านน้ำไทยต่อคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ และเสนอแนะต่อหน่วยงานในการออกกฎ ระเบียบต่าง ๆ ในการจัดระเบียบการใช้เรือไทยออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำไทยเป็นการเฉพาะ
สำหรับหลักการอื่น ๆ ยังคงยึดถือแนวทางตามกฎหมายฉบับเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันให้มากขึ้น เช่น การกำหนดอัตราโทษ อัตราค่าอากร ค่าธรรมเนียมให้มีความเหมาะสม กับสภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น ทั้งนี้ กรมประมงได้เริ่มยกร่างกฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนหลายครั้งมาอย่างต่อเนื่อง และได้ทำการแก้ไขปรับปรุงมาเป็นลำดับ ซึ่งคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาและนำเสนอคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในเวลาไม่ช้านี้
หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ จะเป็นคำตอบหรือเป็นกลไกที่สำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทางการประมงในปัจจุบัน และพัฒนาการประมงของประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ของกรมประมงที่ว่า มุ่งสู่การเป็นผู้นำทางการประมงอย่างยั่งยืนในภูมิภาค เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง กล่าว.
3.เป็นการนำเสนอของข้าราชการกรมประมงต่อรัฐสภา ที่มีสส.ทั้งสภา พิจารณา
ท่านที่ออกตัวแรงน่าจะลองหาอ่านข่าวจากเนื้อข่าวต้นฉบับก่อนน่าจะดีครับ
somaburi
(48
)
คห.30: 23 ก.พ. 56, 00:43
อ้างถึง: melon posted: 23-02-2556, 00:37:35
มีหลายประเด็นมาก
1.คนที่เอาข่าวมาล้างสมองสังคม เป็น ngo ที่เคยออกความเห็นว่าการประมงน่าจะมีกฏหมายใหม่
แต่พอมีกฏหมายใหม่ ตัวเองกลับบิดเบือนข่าวสารให้ประชาชนสับสนดื้อๆ
2.พระราชบัญญัติกรมประมงฉบับใหม่
เป้าคลี่คลายปัญหาการประมง
ผลผลิตของภาคการประมงสามารถ ทำรายได้ให้แก่ประเทศปีละกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ปัจจุบันการประมงต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย อาทิ ภัยธรรมชาติ ความเสื่อมโทรม ของทรัพยากรประมง มลพิษในแหล่งน้ำ รวม ถึงการแย่งชิงทรัพยากรประมง โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการทาง กฎหมายว่าด้วยการประมงที่ล้าสมัย ซึ่งบังคับใช้มาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 ทำให้ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป หลายฝ่ายจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรแก่ การปรับปรุงแก้ไขใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ........ โดยยกเลิกกฎหมายเดิมทั้งฉบับ และเพิ่มหลักการใหม่ ๆ ที่สำคัญ ๆ อาทิ มีการกำหนดให้มีแบ่งเขตการประมงในน่านน้ำไทยออกเป็น 3 เขต อย่างชัดเจน ได้แก่ เขตประมงน้ำจืด เขตประมงทะเลชายฝั่ง และเขตประมงทะเลนอกชายฝั่ง ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายเดิมไม่ได้กำหนดเขตพื้นที่ทำการประมง ทำให้เครื่องมือประมงที่ได้รับอนุญาตสามารถทำการประมงในทะเลได้อย่างเสรีในทุกเกือบพื้นที่ ก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงพื้นที่ทำการประมง และมีความรุนแรงมากขึ้น
กำหนดให้มีมาตรการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และมีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน โดยรัฐมีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนผู้ประสงค์จะเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของตนให้ได้มาตรฐาน และออกหนังสือรับรองให้ ซึ่งจะทำให้สัตว์น้ำที่ได้จากการเพาะเลี้ยงของประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันทางการค้า
กำหนดให้มีมาตรการส่งเสริมด้านสุขอนามัย นับตั้งแต่ขั้นตอนการจับ การดูแลสัตว์น้ำหลังการจับ และการขนส่ง โดยรัฐออกหนังสือรับรองให้ กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมง โดยกำหนดให้มีส่วนร่วมใน 2 ลักษณะ คือ การให้ตัวแทนภาคประชาชนร่วมเป็นคณะกรรมการนโยบายประ มงแห่งชาติ และกำหนด ให้กรมประมงมีหน้าที่ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรสัตว์น้ำภายในเขตประมงน้ำจืดหรือเขตประมงทะเลชายฝั่ง และกำหนดให้มี คณะกรรมการประมงนอกน่านน้ำไทย เพื่อเสนอแนะนโยบายและแนวทางการพัฒนาการประมงนอกน่านน้ำไทยต่อคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ และเสนอแนะต่อหน่วยงานในการออกกฎ ระเบียบต่าง ๆ ในการจัดระเบียบการใช้เรือไทยออกไปทำการประมงนอกน่านน้ำไทยเป็นการเฉพาะ
สำหรับหลักการอื่น ๆ ยังคงยึดถือแนวทางตามกฎหมายฉบับเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันให้มากขึ้น เช่น การกำหนดอัตราโทษ อัตราค่าอากร ค่าธรรมเนียมให้มีความเหมาะสม กับสภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น ทั้งนี้ กรมประมงได้เริ่มยกร่างกฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนหลายครั้งมาอย่างต่อเนื่อง และได้ทำการแก้ไขปรับปรุงมาเป็นลำดับ ซึ่งคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาและนำเสนอคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในเวลาไม่ช้านี้
หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ จะเป็นคำตอบหรือเป็นกลไกที่สำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทางการประมงในปัจจุบัน และพัฒนาการประมงของประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ของกรมประมงที่ว่า มุ่งสู่การเป็นผู้นำทางการประมงอย่างยั่งยืนในภูมิภาค เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง กล่าว.
3.เป็นการนำเสนอของข้าราชการกรมประมงต่อรัฐสภา ที่มีสส.ทั้งสภา พิจารณา
ท่านที่ออกตัวแรงน่าจะลองหาอ่านข่าวจากเนื้อข่าวต้นฉบับก่อนน่าจะดีครับ
ตามน้าท่านนี้ครับ
ONuTO
(7
)
คห.31: 23 ก.พ. 56, 01:15
สงสัยคงจะว่าจัดเลยมั้งเนี่ย
nanacake66
(41
)
1
คห.32: 23 ก.พ. 56, 01:36
ก่อนหน้านี้ ก็มีเรื่องการศึกษา ให้เด็กเรียนน้อยลง ไม่ต้องตัดผม อื่นๆ
วันนี้มีข่าว กรมประมง ห้ามตกปลาอีก
อ่านยังไง ก็ไม่เห็นว่าจะมีความเป็นไปได้เลย
รอ เป็นจริงแล้วค่อยตกใจดีกว่า แก่แล้วหัวใจไม่ค่อยดี เก็บไว้ตกใจที่เดียว
เห
กอล์ฟ_สกุณา
คห.33: 23 ก.พ. 56, 01:51
ผมเป็น " นักตกปลาครับ " จะกลัวอะไร
teeman
คห.34: 23 ก.พ. 56, 01:55
อ่านเยอะๆ ให้กระจ่าง
sarasin
(56
)
คห.35: 23 ก.พ. 56, 02:02
ผมว่าถ้าให้คนที่จดทะเบียนมีสิทธิในด้านโน่นนี่นั่นอะไรก็ดีไปเป็นการสร้างแรงจูงใจ ถือว่าเป็นผลประโยชน์กับตัวผู้จดเอง สะดวกกับภาครัฐ แต่ถ้ามาริดรอนสิทธิคนไม่จดก็ไม่เหมาะสม จะไปหักดิบกับชาวบ้านปรับโน่นนี่นั่นก็กระไรอยู่ รัฐเสียหายเปล่าๆ
raiwa
(54
)
คห.36: 23 ก.พ. 56, 02:21
ถ้าผ่านก็น่าจะดี ต่อไปพัฒนาเป็นบัตรตกปลาแบบต่างประเทศเลย
จูโล่
(35
)
4
คห.37: 23 ก.พ. 56, 02:27
ถ้าจะเสียค่าตกปลาคันล่ะ 5-10 บาทต่อวัน ผมยินดีที่จะเสียคับถ้ารัฐบาลจะนำเงินนั้นไปจ้างบุคคลมาดูแลและจับผู้ทำประมงแบบผิดกฏหมาย
และ นำเงินรายได้ส่วนนี้มาขยายพันธุ์ปลาและปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ส่วนการทำประมงพื้นบ้านนั้นก็ต้องอยู่ในขอบเขตไม่ใช่ว่าจะจับปลาอะไร
เท่าไรก็ได้จะทำประมงแบบไหนยังไงก็ได้ ผมว่าถ้าทำได้แบบนี้ทรัพยากรณ์ธรรมชาติของเราน่าจะมีให้ใช้ประโยชน์กันถึงลูกถึงหลานนะคับ
บวรพัฒน์
คห.38: 23 ก.พ. 56, 02:40
อ้างถึง: ..... posted: 23-02-2556, 02:27:05
ถ้าจะเสียค่าตกปลาคันล่ะ 5-10 บาทต่อวัน ผมยินดีที่จะเสียคับถ้ารัฐบาลจะนำเงินนั้นไปจ้างบุคคลมาดูแลและจับผู้ทำประมงแบบผิดกฏหมาย
และ นำเงินรายได้ส่วนนี้มาขยายพันธุ์ปลาและปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ส่วนการทำประมงพื้นบ้านนั้นก็ต้องอยู่ในขอบเขตไม่ใช่ว่าจะจับปลาอะไร
เท่าไรก็ได้จะทำประมงแบบไหนยังไงก็ได้ ผมว่าถ้าทำได้แบบนี้ทรัพยากรณ์ธรรมชาติของเราน่าจะมีให้ใช้ประโยชน์กันถึงลูกถึงหลานนะคับ
ความคิดของท่านช่างเป็นเอกบุรุษ เป็นนักปราชญ์ เป็นผู้มองการไกล
เป็นความเห็นที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวเจือปนอยู่
ผมนั่งอ่านความเห็นมาทุกความเห็น นึกว่าจะไม่พบซะแล้ว
จูโล่
(35
)
คห.39: 23 ก.พ. 56, 02:55
อ้างถึง: ..... posted: 23-02-2556, 02:27:05 ถ้าจะเสียค่าตกปลาคันล่ะ 5-10 บาทต่อวัน ผมยินดีที่จะเสียคับถ้ารัฐบาลจะนำเงินนั้นไปจ้างบุคคลมาดูแลและจับผู้ทำประมงแบบผิดกฏหมาย และ นำเงินรายได้ส่วนนี้มาขยายพันธุ์ปลาและปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ส่วนการทำประมงพื้นบ้านนั้นก็ต้องอยู่ในขอบเขตไม่ใช่ว่าจะจับปลาอะไร เท่าไรก็ได้จะทำประมงแบบไหนยังไงก็ได้ ผมว่าถ้าทำได้แบบนี้ทรัพยากรณ์ธรรมชาติของเราน่าจะมีให้ใช้ประโยชน์กันถึงลูกถึงหลานนะคับ ความคิดของท่านช่างเป็นเอกบุรุษ เป็นนักปราชญ์ เป็นผู้มองการไกล เป็นความเห็นที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวเจือปนอยู่ ผมนั่งอ่านความเห็นมาทุกความเห็น นึกว่าจะไม่พบซะแล้ว
ผมไม่ได้เป็นเอกบุรุษ นักปราชญ์ หรืออะไรทั้งนั้นคับ ผมก็แค่แสดงความคิดเห็นตามความคิดของผมก็เท่านั้นเอง
ปล. ถ้าความคิดผมไปทำให้ท่านใดขุนเคืองใจก็กราบขออภัยด้วยนะคับ
บวรพัฒน์
2
คห.40: 23 ก.พ. 56, 03:09
ผมเห็นด้วยกับแนวความคิดของท่านครับ
นั่งอ่านความคิดของหลายๆ ท่านลงมา เพิ่งจะได้เห็นแนวความคิดที่เป็นหนทางออก ที่ทุกคนต้องยอมเสียประโยชน์เพียงส่วนน้อย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนใหญ่ของชาติ
ถ้า "นักตกปลา" ยอมที่จะควักสตางค์ซื้อคันเบ็ดชุดละหลายหมื่น
กับเสียค่าภาษีตกปลาปีละ 10 ปีละ 100 หรือปีละ 1,000 เพื่อที่จะมีปลาให้ตกไปตลอดชั่วลูก-หลาน-เหลน
ผมจึงมองความคิดแนวนี้ว่าเป็นนักปราชญ์ ดังนี้ครับ...
psu_2519
(54
)
คห.41: 23 ก.พ. 56, 04:07
อ้างถึง: บวรพัฒน์ posted: 23-02-2556, 02:40:09
อ้างถึง: ..... posted: 23-02-2556, 02:27:05
ถ้าจะเสียค่าตกปลาคันล่ะ 5-10 บาทต่อวัน ผมยินดีที่จะเสียคับถ้ารัฐบาลจะนำเงินนั้นไปจ้างบุคคลมาดูแลและจับผู้ทำประมงแบบผิดกฏหมาย
และ นำเงินรายได้ส่วนนี้มาขยายพันธุ์ปลาและปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ส่วนการทำประมงพื้นบ้านนั้นก็ต้องอยู่ในขอบเขตไม่ใช่ว่าจะจับปลาอะไร
เท่าไรก็ได้จะทำประมงแบบไหนยังไงก็ได้ ผมว่าถ้าทำได้แบบนี้ทรัพยากรณ์ธรรมชาติของเราน่าจะมีให้ใช้ประโยชน์กันถึงลูกถึงหลานนะคับ
ความคิดของท่านช่างเป็นเอกบุรุษ เป็นนักปราชญ์ เป็นผู้มองการไกล
เป็นความเห็นที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวเจือปนอยู่
ผมนั่งอ่านความเห็นมาทุกความเห็น นึกว่าจะไม่พบซะแล้ว
แต่ผมว่ามีมุมมองหนึงเพิ่มเติมน่ะครับ ข้าราชการไทยทำอะไรซักก็อย่างที่เรารู้ๆกัน 10 เปอร์เซ็นต์เข้ากระเป๋า(กินตามน้ำ)แล้วก็กินแบบอื่นๆอีก ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้จักพอหรือไง สงสัยคงต้องช่วยกันล้างระบบ
บวรพัฒน์
คห.42: 23 ก.พ. 56, 05:03
เรื่องกินสิบบาท งาบสิบบนนั้นเป็นมานาน และคงจะเป็นต่อไปอีกจนกว่าประเทศนี้จะสลายไป ผมทำงานร่วมกับหน่วยงานของ..ฯลฯ.. มาหลายสิบปี จึงพอทราบว่าใคร...ตำแหน่ง... ต้องจ่าย... (คงไม่ขอกล่าวถึง)
แต่ถ้ามีเจ้ากฎฯ อะไรที่ว่าจริงๆ อย่างน้อยก็พอยังชีพให้เจ้าปลามีสายพันธุ์ยืนยาวพอที่จะสืบต่อไปถึงรุ่นลูกหลาน-เหลนได้บ้าง หวังไว้อย่างนั้น
ถ้าเสียงส่วนใหญ่คิดว่าเป็นอย่างทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว ก็คัดค้านกันไปครับ ด่ากันไปครับ
ผมชอบตกปลามาตั้งแต่ พ.ศ. 2520 พอที่จะเห็นขนาดและปริมาณของปลาในระแวกถิ่นกำเนิดในแต่ละช่วงปีมาพอสมควร จึงมีความคิดเห็นในทำนองนี้...
(อีกอย่างที่อยากจะเห็นในสถานที่แห่งนี้ก็คือ / ความคิดเห็นที่ค่อนข้างมีสาระ เห็นด้วยกับ..... เพราะ...... ไม่เห็นด้วยกับข้อ..... เพราะว่า........
ไม่ใช่แค่ออกความเห็นทำนองต่อว่า ประณาม ส่อเสียด รุมจิกทึ้ง เหมือนในที่อื่นๆ หลายๆ ที่ที่เขาชอบทำกัน จึงขอฝากเอาไว้...ด้วยความรักและเคารพต่อเพื่อนสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน)
SEMIauto
(560
)
คห.43: 23 ก.พ. 56, 06:17
ผมไม่ใช่ประมง ครับ แต่พอรู้กฏหมายบ้าง
เท่าที่ทราบ เค้าจะให้มีการลงทะเบียนสำหรับ
1 เรือประมง กำลังขับน้ำตั้งแต่ 50-100 ตัน
2 เรือประมง กำลังขับน้ำตั้งแต่ 101-500 ตัน
3 เรือประมง กำลังขับน้ำตั้งแต่ 500-300 ตัน
ต้องขึ้นทะเบียนผู้จับสัตว์น้ำเชิงพานิช นโยบายนี้มีมานานแล้ว
แต่การเรียกเราเรียกต่างกันไป
บ้านเราเรียก ภาษีประมง ครับ
เรือทุกลำเสียภาษีประมง กันอยู่แล้ว แค่เราเรียกต่างชื่อไปเท่านั้นเอง
atis14
(2218
)
คห.44: 23 ก.พ. 56, 06:23
อ้างถึง: จูโล่ posted: 23-02-2556, 02:55:51
อ้างถึง: ..... posted: 23-02-2556, 02:27:05 ถ้าจะเสียค่าตกปลาคันล่ะ 5-10 บาทต่อวัน ผมยินดีที่จะเสียคับถ้ารัฐบาลจะนำเงินนั้นไปจ้างบุคคลมาดูแลและจับผู้ทำประมงแบบผิดกฏหมาย และ นำเงินรายได้ส่วนนี้มาขยายพันธุ์ปลาและปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ส่วนการทำประมงพื้นบ้านนั้นก็ต้องอยู่ในขอบเขตไม่ใช่ว่าจะจับปลาอะไร เท่าไรก็ได้จะทำประมงแบบไหนยังไงก็ได้ ผมว่าถ้าทำได้แบบนี้ทรัพยากรณ์ธรรมชาติของเราน่าจะมีให้ใช้ประโยชน์กันถึงลูกถึงหลานนะคับ ความคิดของท่านช่างเป็นเอกบุรุษ เป็นนักปราชญ์ เป็นผู้มองการไกล เป็นความเห็นที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวเจือปนอยู่ ผมนั่งอ่านความเห็นมาทุกความเห็น นึกว่าจะไม่พบซะแล้ว
ผมไม่ได้เป็นเอกบุรุษ นักปราชญ์ หรืออะไรทั้งนั้นคับ ผมก็แค่แสดงความคิดเห็นตามความคิดของผมก็เท่านั้นเอง
ปล. ถ้าความคิดผมไปทำให้ท่านใดขุนเคืองใจก็กราบขออภัยด้วยนะคับ
ผมก็คิดแบบนี้เหมือนกันครับ ปลาก็จะมีตกได้มากขึ้น ถ้ามันเป็นแบบนี้ได้จริง ผมว่ามันก็ OK ครับ
<
1
2
ทำการ login ก่อนส่งความเห็น
siamfishing.com © 2026