ฝากข่าวนี้มายังนักตกปลาทุกท่านครับ: SiamFishing : Thailand Fishing Community
กระดาน
คห. 98 อ่าน 15,325
ฝากข่าวนี้มายังนักตกปลาทุกท่านครับ
ตั้ง: 1 เม.ย. 47, 15:39
ฝากข่าวนี้มายังนักตกปลาทุกท่านครับ
ผมไม่ใช่นักตกปลาครับเป็นนักดำน้ำ  แต่ผมเคยไปร่วมกิจกรรมกับ SiamFishing ตอนวางปะการังเทียม เรือป๋าจ๋า ได้เห็นข่าวนี้จึงอยากฝากมายังนักตกปลาทุกท่านครับ

แมนต้าเรย์โดนฆ่า ที่งานแข่งขันตกปลาจังหวัดสตูล
เมื่อวันที่ 26-28 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดแข่งขันตกปลาที่ท่าเรือบากบารา จังหวัดสตูล จัดการแข่งขันโดยหอการค้าจังหวัดสตูล มีนักตกปลาเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย ทั้งคนไทย และมาเลเซีย งานนี้มีนักตกปลามาเลเซียเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ผมเองก็ได้เข้าร่วมแข่งขันด้วย

พอถึงวันที่ 28 ซึ่งเป็นวันที่เรือตกปลาทุกลำต้องเข้าฝั่งรายงานตัวและเอาปลาเข้ามาชั่งน้ำหนัก ปรากฎว่าผมได้เห็นในสิ่งที่ไม่อยากเห็นและไม่คาดคิดเลย

กระเบนแมนต้าเรย์ โดนยกขึ้นมาจากเรือของนักตกปลามาเลเซีย เอามาชั่ง คนมามุงดูมากมาย ถามข่าวได้ความว่า นักตกปลามาเลเซียใช้เบ็ดลากเกี่ยวติดตัวมันขึ้นมา(เท่าที่รู้มาปลาชนิดนี้ไม่กินเบ็ด กินแต่แพลงตอนใช่หรือเปล่า) แล้วก็อัดมันเข้ามา ใช้ตะขอเกี่ยวและช่วยกันยกขึ้นเรือ น้ำหนักที่ชั่งได้คือ 130 กิโลกรัม

ที่น่าสลดใจ คือคณะกรรมการการที่จัดแข่งขัน กล่าวยกย่องกันเป็นการใหญ่ และยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้ที่ตกปลาตัวนี้ด้วย ทั้งๆที่มันไม่ใช่ปลาที่จะกินเบ็ดเลย
ในฐานะนักตกปลา การใช้เบ็ดเกี่ยวปลาขึ้นมา โดยที่ปลาไม่ได้กินเบ็ด ถือว่าไม่เป็นเกมส์กีฬาเอาซะเลย ปลาแบบนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นปลาเกมส์ที่สมควรจะตกขึ้นมาด้วย ถ้ามันติดเบ็ด ทำไมไม่ตัดสายปล่อยมันไป

และนักตกปลาชุดเดียวกันนี้ ยังได้นำปลาฉลามเสือดาวขึ้นเรือมาด้วย น้ำหนัก 14 กิโลกรัม เห็นแล้วก็สลดใจไปอีกรอบ

ถึงผมจะเป็นแค่นักตกปลา ไม่ได้เป็นนักดำน้ำ แต่ก็พอจะรู้ว่า ปลาตัวนี้มีคุณค่ากับนักดำน้ำ และมีคุณค่ากับทะเลไทยแค่ไหน นักตกปลามาเลเซียทำแบบนี้กับปลาบ้านเราก็รู้สึกแย่พอแล้ว แต่คณะกรรมการดันไปสนับสนุนยกย่องอีก ผมว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสมเพชมากๆ วันนี้รู้สึกว่าจะมีการออกข่าวกันทางทีวีด้วย

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย เมื่อ 2 -3 ปีที่แล้ว ในการแข่งขันตกปลาที่สายบุรี จ ปัตตานี ก็มีการนำกระเบนแมนต้าเรย์ขึ้นมาหนึ่งตัว น้ำหนัก 300 กว่ากิโลกรัม สุดท้ายแมนต้าตัวนั้น ก็โดนฝังอยู่ที่ชายหาด เพราะไม่มีใครจะเอาหรือใช้ประโยชน์จากตัวมัน

ผมไม่อยากจะเห็นเหตุการณ์แบบนี้อีก แต่ผมเองก็เป็นแค่นักตกปลา และไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้เท่าไรนัก จึงได้แต่มาแจ้งข่าวให้เพื่อนๆนักดำน้ำได้ทราบ เพราะคิดว่าเพื่อนๆเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง น่าจะทำอะไรได้ดีกว่าผม อยากให้เพื่อนๆร้องเรียนไปที่สมาคมหอการค้า จ สตูล เลยก็ได้ ไปตำหนิคณะกรรมการ หรือทำอะไรก้ได้ที่ไม่ให้เกิดเหตุการแบบนี้อีก หากเพื่อนๆต้องการข้อมูลอะไร ถามมาได้เลย ผมยินดีช่วยเต็มที่ หวังว่าแมนต้าตัวนี้คงเป็นตัวสุดท้ายที่จะตายด้วยน้ำมือของนักตกปลานะครับ

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E2739253/E2739253.html

ฝากถึงนักตกปลาทุกท่านครับ ทำอย่างไรจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
ขอแสดงความนับถือ
TiGerShark
คห.1: 1 เม.ย. 47, 15:41
อีกภาพหนึ่ง ซึ่งไม่อยากเห็น และไม่
อีกภาพหนึ่ง ซึ่งไม่อยากเห็น และไม่อยากจะให้เกิดขึ้นอีก
คห.2: 2 เม.ย. 47, 11:14
ขอบคุณทุกความรู้สึกที่ดีๆ ของนักตกปลาทุกท่านครับ
จดหมายฉบับนี้เป็น จดหมายที่ทางชมรมรักษ์ฉลามวาฬส่งถึงผู้จัดครับ


จดหมายเปิดผนึก เรียนให้ผู้รักและห่วงสัตว์ทะเลหายากอย่างกระเบนราหู ได้รับทราบถึงการดำเนินการของชมรมฯ......

จดหมายฉบับนี้ ได้รับความร่วมมือร่างกันขึ้นมาจากอาสาสมัครของชมรมฯ หลายคน เพียงมุ่งหวังประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงให้แก่ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบและพิจารณาป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจและเสียดายเช่นนี้อีก (จัดส่งทางไปรษณีย์)
--------------------------------------------------------------------------

วันที่ 2 เมษายน 2547

สำนักงานหอการค้าจังหวัดสตูล
เลขที่ 45/14 ถนนสตูลธานี
ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล

เรียน นายกสมาคมหอการค้าจังหวัดสตูล

เรื่อง พิจารณาปลดสัตว์ทะเลหายากจากรายการปลาในกิจกรรมแข่งขันตกปลา

ด้วย ชมรมรักษ์ฉลามวาฬเพื่อการอนุรักษ์ทะเลไทย ฯ ได้รับข่าวสารวิพากษ์อย่างสาธารณะ (ผ่านกระดานสนทนาหรือเวปบอร์ด ของชมรมฯ www.WhaleSharkThai.com และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของชุมชนคนรักทะเลทั้งดำน้ำและตกปลา อาทิ www.pantip.com, www.siamfishing.com, www.siamscubadiving.com, และอื่นๆ) ในเรื่องการกระทำที่มิได้คำนึงถึงคุณประโยชน์และมูลค่ามหาศาลที่สัตว์ทะเลหายากอย่างกระเบนราหู (Manta Ray) มีบทบาทส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศ ตลอดจนธุรกิจการค้าของจังหวัดสตูลเอง ในกิจกรรมแข่งขันตกปลานานาชาติ "ตะรุเตา-อาดัง ฟิชชิ่งคัพ" ณ บริเวณน่านน้ำอันดามัน บริเวณเกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จัดโดยหอการค้าจังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 26-28 มีนาคม 2547 ที่ผ่านมา อีกทั้งผู้จัดงานฯ ร่วมชื่มชมและแสดงความยินดีกับนักตกปลาที่ล่า “กระเบนราหู” กระเบนยักษ์ที่กินแพลงตอนเป็นอาหาร ซึ่งไม่ใช่ปลาล่าเหยื่อ(กินเบ็ด)ในเกมกีฬาของนักตกปลา ที่เราต่างทราบกันดีอยู่แล้ว นั้น

ชมรมรักษ์ฉลามวาฬฯ ขอเรียนชี้แจงว่า กระเบนราหู จัดเป็นสัตว์ทะเลหายาก ที่มีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์สูงมาก มิได้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจด้านการประมงแม้แต่น้อย หากเรืออวนลากติดก็มักทิ้งซากลงกลางทะเล และในกรณีข้างต้นจากการแข่งขันตกปลา ก็นำซากทิ้งไปอย่างสูญเปล่า แต่กระเบนราหูนี้ หากยังคงมีชีวิตโบยบินในน่านน้ำของจังหวัดสตูล กลับจะยิ่งมีคุณค่ามากมายในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อย่างที่ทราบทั่วกันว่า ในแต่ละปีมีนักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก บินมาพักผ่อน ท่องเที่ยวและดำน้ำในทะเลอันดามันตอนใต้ของไทย โดยเฉพาะแหล่งดำน้ำในจังหวัดสตูลของท่าน เพียงเพื่อขอโอกาสยลโฉม ชมความสง่างามของสัตว์ทะเลหายากอย่างกระเบนราหูและฉลามวาฬ สักครั้งในชีวิต (นักดำน้ำจากต่างประเทศมักจองซื้อทัวร์ดำน้ำทันทีที่ได้รับทราบข่าวสารการพบเห็นฉลามวาฬ และ กระเบนราหูผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต)

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย และเพื่ออนุรักษ์สัตว์หายากในทะเลไทย ชมรมรักษ์ฉลามวาฬฯ จึงใคร่ขอความร่วมมือจากท่านคณะกรรมการ พิจารณากำหนดรายการปลาที่นำมาชั่งนับน้ำหนักรวมในการแข่งขันโดยคำนึงถึงคุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสัตว์ทะเลหายากเป็นเกณฑ์สำคัญ และละเว้นกระเบนราหู โรนัน โรนิน และฉลามเสือดาว ในกิจกรรมแข่งขันตกปลานานาชาติในครั้งต่อไป อนึ่ง ควรระบุในกติกาการแข่งขันด้วยว่าปลาประเภทใดที่จะไม่ได้นำขึ้นมาชั่งน้ำหนักรวม เพื่อจะได้ไม่มีการล่าปลาเหล่านี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น

ชมรมรักษ์ฉลามวาฬเพื่อการอนุรักษ์ทะเลไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การนำเสนอข้อเท็จจริงในครั้งนี้ คงได้รับความเข้าใจและความร่วมมือจากท่าน พร้อมกันนี้ ชมรมรักษ์ฉลามวาฬฯ ได้แนบข้อคิดเห็น(ส่วนหนึ่ง)จากกระดานข่าวของเวปไซต์ต่างๆ มาเพื่อทราบ


ขอแสดงความนับถือ
ชมรมรักษ์ฉลามวาฬเพื่อการอนุรักษ์ทะเลไทย
คห.3: 4 พ.ค. 47, 10:08
ข่าวล่าสุดที่มีผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์นี้ครับ
-----------------------------------------------------------------------


ทช.เตือนชมรมตกปลางดจัดแข่งขัน ต้นตอสัตว์ทะเลหายากตายเกลื่อน

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ออกหนังสือเตือนจี้ชมรมตกปลา ทั่วประเทศกว่า 70 แห่ง ห้ามตกปลากระเบนราหู ฉลามวาฬและปลาหมอทะเล เนื่องจากเป็นสัตว์ทะเลหายาก กว่าจะโตใช้เวลาหลายปี เผยแข่งตกปลานานาชาติที่สตูล ล่าสุดซากปลาลอยเกลื่อน และกฎหมายคุ้มครองสัตว์ทะเลหายากล่าช้า ส่งผลให้ไม่มีมาตรการคุ้มครองที่ดีพอ


วานนี้ (26 เม.ย.) นายอุดม ปาติยเสวี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง (ทช.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการแข่งขันตกปลานานาชาติที่ จ.สตูล เมื่อปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าผู้เข้าแข่งขันจำนวนมาก โดย เฉพาะปลากระเบนราหู ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากและสวยงามส่งผลให้ปลากระเบนราหูตายเกลื่อน

ขณะนี้ทาง ทช.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังชมรมนักตกปลาที่มีมากกว่า 70 ชมรมทั่ว ประเทศเตือนไม่ให้ตกสัตว์ทะเลหายากในเกมการแข่งขัน ในขั้นต้นมีประมาณ 3 ชนิด ได้แก่ ปลากระเบนราหู ฉลามวาฬ ปลาหมอทะเล เนื่องจากเป็นสัตว์หายากและมีคุณค่าอย่างมากต่อท้องทะเลไทย

ขณะนี้ทำได้แค่เตือนเท่านั้น เนื่องจากกระบวนการร่างกฎหมายคุ้มครองสัตว์ทะเลหายากยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะครอบคลุมปลากระเบนราหู รวมทั้งสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆ และคาดว่าอย่างช้าคงไม่เกินปลายปี 2547 ตนเห็นว่าหากมีกฎหมายรองรับแล้ว ต่อไปถ้ามีการล่า การครอบครองสัตว์ดังกล่าวก็จะมีความผิดตามกฎหมาย

?สำหรับปลากระเบนราหู หรือแมนต้าเรย์นั้น ถือเป็นสัตว์ที่หายากและโอกาสที่นักดำน้ำจะพบมีค่อนข้างน้อยมาก บางรายดำน้ำเป็น 100 ครั้งถึงจะได้เจอ ซึ่งถ้าได้พบแล้วจะรู้สึกประทับใจในความสวยงามของปลากระเบนราหู ในขณะแหวกว่ายเหนือท้องทะเลอย่างมาก โดยนักดำน้ำที่อยู่ข้างล่างตัวปลาจะรู้สึกเหมือนว่ามีนกขนาดใหญ่สยายปีกบินอยู่เหนือผิวน้ำ ที่สำคัญปลาดังกล่าว ยังไม่เป็นอันตรายต่อนักดำน้ำอีกด้วย ? นายอุดมกล่าว

นายอุดมกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันยังไม่มีการสำรวจอย่างจริงจังว่าปลากระเบนราหูในท้องทะเลไทยมีจำนวนเท่าไหร่ แต่คิดว่าคงมีปริมาณไม่มากนัก ดังนั้นจึงอยากจะขอความร่วมมือนักตกปลา ไม่ตกปลากระเบนราหู เนื่องจากไม่ใช่ปลาเพื่อเกมการแข่งขัน หากตกขึ้นมาได้ก็ควรตัดสายเบ็ดปล่อยมันไป ไม่ควรนำขึ้นมาจนตาย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากเพราะกว่าปลากระเบนจะโตเต็มวัยต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี
ทำการ login ก่อนส่งความเห็น
siamfishing.com © 2026