กระดาน
รีวิว
ตลาด
ประมูล
เปิดท้าย
เรือ
แหล่งตกปลา
ร้านค้า
ค้นหาข้อมูล
Login
สมัคร
18 พ.ค. 69
ว่าด้วยพฤติกรรมของสัตว์กับการตกปลา: SiamFishing : Thailand Fishing Community
1
2
>
กระดาน
คห. 121 อ่าน 26,037 โหวต 55
ว่าด้วยพฤติกรรมของสัตว์กับการตกปลา
โรจนเดช
(263
)
1
ตั้ง: 30 มิ.ย. 56, 00:47
ก่อนอื่นผมต้องออกตัวก่อนว่าผมเป็นแค่ผู้หลงใหลในการตกปลาธรรมดาๆคนหนึ่ง
ไม่ใช่"เทพ" หรือ "เซียน"
บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อพยายามอธิบายเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในการตกปลา
โดยใช้ "วิทยาศาสตร์" อันเป็นศาสตร์ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆได้อย่างมีเหตุผลที่สุดในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามการนำเสนอนี้เป็นเพียงแค่ "ทฤษฎี"
ซึ่งหมายความว่ายังต้องรอการพิสูจน์
ถ้ามีผู้หาเหตุผลมาแย้งได้ ก็ขอเชิญมาร่วมสนุกกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น "อย่างเปิดกว้าง" "สุภาพ" และ "เสรี"ครับ
ปล.รูปภาพต่างๆในกระทู้นี้ไม่ใช่ของผม และไม่ได้มีเจตนาเพื่อการค้าขาย ถ้าละเมิดน้าท่านใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับ
ทุกคห.
โรจนเดช
(263
)
1
คห.1: 30 มิ.ย. 56, 00:56
ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักคำนิยามต่างๆกันก่อนนะครับ
พฤติกรรม คือ กิริยาของสิ่งมีชีวิตที่แสดงออกมาเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้นทั้งสิ่งเร้าภายในและสิ่งเร้าภายนอก
พูดง่ายๆคือ "การตอบสนองต่อสิ่งเร้านั่นเอง"
เอแล้วเจ้า "สิ่งเร้า"นี่มันคืออะไรนะ??
"สิ่งเร้า" คือ สัญญาณหรือการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีผลต่อกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต โดยทั่วๆไปจะแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ
1.สิ่งเร้าภายในร่างกาย ได้แก่ ฮอร์โมน เอนไซม์ ความหิว ความเครียด ความต้องการทางเพศ เป็นต้น
2. สิ่งเร้าภายนอกร่างกาย ได้แก่ แสง เสียง อุณหภูมิ อาหาร น้ำ การสัมผัส สารเคมี เป็นต้น
โรจนเดช
(263
)
3
คห.2: 30 มิ.ย. 56, 01:00
รูปตัวอย่างสิ่งเร้าภายใน เช่น ความหิว
โรจนเดช
(263
)
12
คห.3: 30 มิ.ย. 56, 01:02
นี่คือสิ่งเร้าภายนอก
โรจนเดช
(263
)
คห.4: 30 มิ.ย. 56, 01:09
ซึ่งเจ้าสิ่งเร้าทั้งภายนอกและภายใน
นี่แหละจะมากระตุ้นให้ร่างกายของสิ่งมีชีวิตให้มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นๆ
โรจนเดช
(263
)
คห.5: 30 มิ.ย. 56, 01:14
"นี่ไงเร้าฉันมากใช่ไหม งาบซะ"
ส่วนสิ่งเร้าภายนอกขอไม่ลงภาพนะครับ เดี๋ยวโดนใบเหลือง
โรจนเดช
(263
)
คห.6: 30 มิ.ย. 56, 01:19
เอ แล้วทำไมการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ(ต่อไปนี้ขอเรียกแทนว่า"พฤติกรรม" แทนนะครับ)
ของสิ่งมีชีวิตต่างๆถึงแตกต่างกันล่ะ??
โรจนเดช
(263
)
คห.7: 30 มิ.ย. 56, 01:31
ตอบง่ายๆคือเกิดจากปัจจัยหลักๆสองประการ
คือ
1.ปัจจัยภายใน ได้แก่ ยีน (GENE) ที่คอยกำหนดลักษณะทางพันธุกรรม
ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ปลาสวายมันไม่มีเกล็ด แต่ปลาช่อนมันมีเกล็ดเนี่ยก็เกิดจากยีนกำหนดครับ
2.ปัจจัยภายนอก ได้แก่สิ่งแวดล้อม(Environment)
ก็คือทุกๆอย่างที่อยู่รอบๆตัวเรานั่นแหละครับ
เช่นต้นไม้ ฝาผนัง การเลี้ยงดูจากพ่อแม่ เป็นต้น
โรจนเดช
(263
)
คห.8: 30 มิ.ย. 56, 01:38
ตัวอย่างของการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
ถ้าสิ่งเร้าเป็นแสงสว่าง
การตอบสนองเมื่อได้รับแสงเป็นสิ่งเร้า คนและสัตว์บางชนิดสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อได้รับแสง เช่น
- การหรี่ตาเมื่อได้รับแสงสว่างมากเกินไป
- การที่แมลงต่างๆ บินเข้าหาแสงสว่าง
- การให้แสงสว่างในการเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่กินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้เจริญเติบโตเร็วในระยะเวลาสั้นกว่าปกติ
- ไก่ขันบอกเวลาในตอนเช้า
โรจนเดช
(263
)
4
คห.9: 30 มิ.ย. 56, 01:42
จากรูปน้องจียอนมี"พฤติกรรม"
"หยีตา" ตอบสนองต่อสิ่งเร้าในที่นี้คือ"แดด"นั่นเอง
โรจนเดช
(263
)
2
คห.10: 30 มิ.ย. 56, 01:44
หรือน้องเป้ย ทนต่อสิ่งเร้าทีเป็น"ความร้อน"ไม่ได้
เลยต้องลงแช่น้ำ เป็นต้น
โรจนเดช
(263
)
1
คห.11: 30 มิ.ย. 56, 01:47
ก็ขอจบเรื่องนิยามของสิ่งเร้าและพฤติกรรมไว้คร่าวๆเท่านี้นะครับ
ต่อไปเป็นประเภทของพฤติกรรมครับ
อันนี้ขอกล่าวคร่าวๆเท่านั้นนะครับ เพราะรายละเอียดค่อนข้างเยอะกลัวจะเบื่อกันซะก่อน
โรจนเดช
(263
)
คห.12: 30 มิ.ย. 56, 01:53
พฤติกรรมแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ
1.พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Behavior)
พูดง่ายๆ คือเป็นมา"ตั้งแต่เกิด"
ไม่ต้องสอนก็เป็นเลย เช่น ยุงกัดเราเป็นไม่ต้องมีใครมาสอนมัน
หรือปลาชะโดกินปลาเล็กๆเป็นอาหาร
ง่ายๆแบบนี้ครับ
โรจนเดช
(263
)
คห.13: 30 มิ.ย. 56, 02:01
2. พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ (Leaning Behavior)
เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้โดยอาศัยประสบการณ์หรือการเรียนรู้ของสัตว์ พฤติกรรมแบบนี้ส่วนใหญ่พบในสัตว์ชั้นสูงที่มีระบบประสาทเจริญดี แต่ในสัตว์ชั้นต่ำบางชนิดก็สามารถแสดงพฤติกรรมประเภทนี้ได้
แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆดังนี้
ปล.ขออนุญาตยืมรูปของน้า pink ด้วยนะครับ
โรจนเดช
(263
)
1
คห.14: 30 มิ.ย. 56, 02:06
1.พฤติกรรมเรียนรู้แบบแฮบบิชูเอชัน (Habituation)
เป็นพฤติกรรมที่สัตว์หยุดตอบสนองต่อสิ่งเร้าเดิม แม้จะยังได้รับการกระตุ้นอยู่ เนื่องจากสัตว์เรียนรู้แล้วว่าสิ่งเร้านั้นไม่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของตัวเองเช่น
การที่นกเห็นหุ่่นไล่กา ตอนแรกๆ ก็จะกลัวไม่กล้าลงมาในนา
พอมีเพื่อนๆอีกาลองลงไปดูแล้วหุ่นไล่กาไม่สามารถทำอันตรายมันได้
หลังๆเอาหุ่นไล่กามาเป็นรังซะเลย ไม่กลัวแล้วนี่
อีกตัวอย่างนึง คือ"จ่าเฉยครับ" ตอนเห็นแว๊บก็ตกใจ พอดูใกล้ๆ "อ้าวหุ่นนี่หว่า 555"
เบียดคอสะพานเหมือนเดิม 555
โรจนเดช
(263
)
คห.15: 30 มิ.ย. 56, 02:12
2.พฤติกรรมการเรียนรู้แบบฝังใจ (Imprinting) เป้นพฤติกรรมที่ตอบสนองสิ่งเร้าในช่วงแรกของชีวิตด้วยการจดจำสิ่งเร้าต่างๆ ได้ เช่น
- การที่สัตว์ต่างๆ เดินตามแม่ เพราะสิ่งแรกที่เห็นเมื่อเกิดมาคือ แม่
- ตัวอ่อนของแมลงหวี่ที่ฟักออกมาจากไข่จะผูกพันกับกลิ่นของพืชที่แม่แมลงหวี่วางไข่ไว้ และเมื่อโตเต็มวัยก็จะมาวางไข่บนพืชชนิดนั้น
- ปลาแซลมอนจะฝังใจต่อกลิ่นที่ได้สัมผัสเมื่อออกจากไข่ และเมื่อเติบโตขึ้นถึงช่วงวางไข่ก็จะว่ายทวนน้ำกลับไปวางไข่ยังบริเวณแหล่งน้ำจืดที่เคยฟักออกจากไข่
โรจนเดช
(263
)
2
คห.16: 30 มิ.ย. 56, 02:23
3. พฤติกรรมการเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก (Trial and Error)
เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกโดยการให้สัตว์มีการทดลองก่อน โดยไม่รู้ผลว่าจะดีหรือไม่ ผลของการตอบสนองจะทำให้สัตว์เกิดการเรียนรู้ที่เลือกตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เป็นผลดีหรือพอใจเท่านั้น เช่น
- เด็กเอามือไปจับยากันยุงที่ร้อน เมื่อเกิดการเรียนรู้จะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก
-ปลาล่าเหยื่อที่เผลอใจมาลองกัด b'freeze คราวหน้าคงคิดหนักที่จะมากินอีก
(ขึ้นอยู่กับความฉลาดของปลาด้วยครับ ถ้าฉลาดมากๆโอกาสที่มันจะพลาดซ้ำๆกับเหยื่อเดิมก็น้อยลงไป)
โรจนเดช
(263
)
คห.17: 30 มิ.ย. 56, 02:36
ข้อนี้สำคัญมากๆครับสำหรับการตกกะพงบ่อ
4.พฤติกรรมการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข (Conditioning) เป็นพฤติกรรมการตอบสนองสิ่งเร้าทีไม่แท้จริงได้เช่นเดียวกับสิ่งเร้าที่แท้จริง เช่น
- การทดลองของ อีวาน พาฟลอฟ นักสรีรวิทยาชาวรัสเซีย เป็นการทดลองว่า สุนัขหลั่งน้ำลายเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง
1.รูปบน เค้าเอา "อาหารหมา" ที่เป็นสิ่งเร้ามาให้หมาดู
หมามันก็อยากกิน --->>เกิด"น้ำลายไหล"(พฤติกรรม)
2.ต่อมาคุณนักวิทยาศาสตร์คนเนี๊ย เค้าเอากระดิ่งมาสั่น"กุ๊งกิ๊งๆ"
เจ้าหมาก็งงสิครับ เลยไม่ตอบสนองอะไร
3.ต่อมาเค้าเอาอาหารมาให้เจ้าตูบผู้น่าสงสารดูพร้อม"สั่นกระดิ่งไปด้วย"
เจ้าตูบเห็นกระดูกก็"น้ำลายไหล"สิครับ
4.รูปล่างสุดคราวนี้เลยลอง"สั่นกระดิ่งดูอย่างเดียว"
เสร็จโจรเจ้าตูบน้ำลายไหลครับ
โรจนเดช
(263
)
คห.18: 30 มิ.ย. 56, 02:44
อ้าวแล้วมันเกี่ยวกับปลาขังยังไง
ผมเชื่อว่าเทพปลาขังต้องเคยได้"มันส์"
กับการ"ยิงจุดโทษ"มาแล้ว
น้าๆคงเห็นว่าเมื่อมีเสียงลูกปลาตก "กระทบ" ผิวน้ำ
เจ้ากะพงผู้น่ารักและเป็นที่หมายปองก็จะมารวมฝูงอย่างรวดเร็ว
กลไกเดียวกับ"จุ๊หมาน้อย สั่นกระดิ่ง"
ในย่อหน้าก่อนนี้นั่นเอง
บ่อในภาพเป็นตัวอย่างที่ดีของพฤติกรรมเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข
โรจนเดช
(263
)
1
คห.19: 30 มิ.ย. 56, 02:52
ข้อสุดท้าย
5. พฤติกรรมการเรียนรู้แบบใช้เหตุผล ( Reasoning ) เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกโดยใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆโดยไม่ต้องทดลองทำ ซึ่งเป็นการใช้ประสบการณ์หลายอย่างในอดีตมาช่วยในการแก้ปัญหาสถานการณ์ใหม่ในครั้งแรก เช่น
นักตกปลาใช้ประสบการณ์เรียนรู้ว่ากะพงบ่อเนี๊ยเขี้ยวสุดๆ กินเฉพาะยิงจุดโทษเท่านั้น
ก็เลยแก้เกม(พฤติกรรมเรียนรู้ใช้เหตุผลดังนี้)
- ตีสคิปปิ้ง เลียนแบบการตกกระทบน้ำหลายๆครั้งของปลาทูแล่ที่ถูกสาด
- เอาขันน้ำมาตักน้ำริมขอบบ่อแล้วสาดเลียนแบบการสาดปลา
-แอบเอากุ้งมาเกี่ยวเหยื่อปลอมซะเลย
-แอบเอาปลาทูแล่มาเกี่ยวเหยื่อปลอมซะเลย
-ถูกทุกข้อ
โรจนเดช
(263
)
คห.20: 30 มิ.ย. 56, 03:04
รอสักครู่กำลังรวบรวมข้อมูลเรื่องสี กับการมองเห็นของปลาอยู่ครับ
ขอขอบคุณน้าๆทุกท่านเป็นอย่างมากที่ให้เกียรติมาอ่านกระทู้ของผมครับ
โรจนเดช
(263
)
คห.21: 30 มิ.ย. 56, 03:15
ต่อไปจะเป็นเรื่องสีของเหยื่อปลอม
ปลามองเห็นสีหรือไม่??(แปลและสรุปความมาจาก internet และนิตยสาร midwest outdoor เดือนกรกฎาคมปี 2010 ครับ)
โรจนเดช
(263
)
คห.22: 30 มิ.ย. 56, 03:34
เรามองเห็นสีได้อย่างไร??
เอาแบบง่ายๆไม่ซับซ้อนนะครับเดี๋ยวจะงงไปใหญ่
การที่เราจะมองเห็นวัตถุต่างๆเป็นสีได้นั้นมีปัจจัยมาเกี่ยวข้องหลักๆ 4 ประการ
1.แหล่งกำเนิดแสง เช่น ดวงอาทิตย์ หรือหลอดไฟ ไฟฉายอะไรก็แล้วแต่
2. ตัวกลางให้แสงวิ่ง เช่น ผ่านอากาศ หรือน้ำเป็นต้น ข้อนี้มีผลต่อการหักเหของแสง
3. ตัววัตถุ ซึ่งวัตถุแต่ละอย่างจะมีคุณสมบัติการดูดกลืนแสง การสะท้อนแสง การยอมให้แสงส่องผ่าน
หรือการหักเหของแสงไม่เท่ากัน
4.ตาของเราเอง
โรจนเดช
(263
)
คห.23: 30 มิ.ย. 56, 03:53
กลไกการมองเห็นวัตุเป็นสีต่างๆเป็นดังนี้
1. แสงออกจากแหล่งกำเนิดแสง
2. แสงเดินทางผ่านตัวกลาง เช่น อากาศ หรือน้ำ ถ้าผ่านตัวกลางที่แตกต่างกันสองชนิด จะเกิดการหักเหของแสง
เช่นดินสอแท่งตรงๆ ถ้าใส่ไปในแก้วน้ำเราจะเห็น ดินสอเหมือนจะเบี๊ยว นี่คือ "ปรากฏการณ์หักเหของแสง"ครับ
3.แสงไปกระทบกับวัตถุ ซึ่งดังที่กล่าวไปแล้วว่า วัตถุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการดูดกลืนแสง การสะท้อนแสง การยอมให้แสงส่องผ่าน
หรือการหักเหของแสงไม่เท่ากัน
เอาง่ายๆนะครับ
ถ้าวัตถุนั้นดูดกลืนแสงไว้ได้หมด >>>> เราจะเห็นวัตถุนั้นเป็นสีดำ เนื่องจากไม่มีแสงใดสะท้อนจากวัตถุนั้นมาเข้าตาเราเลย
ถ้าวัตถุนั้นดูดกลืนแสงไว้ได้บางส่วน >>>>>สีที่เรามองเห็นอาจจะออกเทาๆ หรือ แดง,เขียว, ส้ม, เหลืองก็ได้
อธิบายเพิ่มเติมนิดหนึ่งแสงจากดวงอาทิตย์นี่เรียกว่า "สเปกตรัม" เราจะเห็นเป็นแสงไม่มีสี
แต่หารู้ไม่ว่าในแสงที่มองเหมือนไม่มีสีนั้น ล้วนมีหลากหลายสีสันหลอมรวมกันเป็นแสงเดียว
ดังรูปบนกระทู้
คราวนี้ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เราเห็นกล้วยเป็นสีเหลือง ก็เพราะกล้วยมันดูดเอาทุกสีเข้าไปในตัวมัน
แต่มันไม่สามารถ "ดูดซับสีเหลืองไว้ได้"
จึงได้ยอมปล่อยสีเหลืองมาเข้าตาของเรา
ในทำนองเดียวกันถ้าวัตถุนั้น ดูดซับได้ทุกสียกเว้นสี "ชมพู"
เราจะเห็นวัตถุนั้นเป็นสีอะไรครับ >>> ถูกต้องสีชมพูครับ
โรจนเดช
(263
)
คห.24: 30 มิ.ย. 56, 04:00
4.มาถึงข้อสุดท้าย คือ จอรับภาพ "ตา"ของเรานั่นเองครับ
ซึ่งตาของเรานี่จะมีจอรับภาพเรียกเป็นทางการว่า "RETINA"
เรียกภาษาไทยว่า"จอประสาทตา" ทำหน้าที่รับภาพและส่งสัญญาณไปยังสมองของเรา
โรจนเดช
(263
)
คห.25: 30 มิ.ย. 56, 04:09
คราวนี้ในชั้น retina ของเราจะมีเซลล์ประสาทรับแสงอยู่สองชนิด
คือ
1.เซลล์รูปแท่ง(rod cell) มีหน้าที่รับรู้ความเข้มของแสง
2.เซลล์รูปกรวย(cone cell) มีหน้าที่รับรู้สีสันต่างๆ
แล้วเค้ารู้ได้ไงล่ะว่าปลามองเห็นแสงสีต่างๆหรือไม่ และรู้ได้ยังไง
ง่ายๆเลยครับเค้าเอาตาปลา(ไม่ใช่ที่เท้าเรานะครับ)
ไปผ่าแล้วย้อมสี เอาไปดูใต้กล้องจุลทรรศน์
ถ้าพบว่าปลาชนิดไหนมี cone cell ก็สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าตัวนี้มองเห็นสีได้ครับ
ซึ่งปลาที่เค้าศึกษาว่าน่าจะเห็นสีได้ก็มีปลาทอง ปลา black bass เป็นต้น
ส่วนปลาช่อนผมไม่มีข้อมูลครับ
1
2
>
siamfishing.com © 2026