Why not “Noise”?: SiamFishing : Thailand Fishing Community
12>
กระดาน
คห. 49 อ่าน 5,508 โหวต 7
Why not “Noise”?
ตั้ง: 10 ธ.ค. 61, 09:59
Why not “Noise”?
“Noise” อ่านออกเสียงว่า “นอยส์” เมื่อเรารู้ว่าคำๆนี้มันอ่านออกเสียงว่าอย่างไรแล้ว ครั้นจะไม่รู้ถึงความหมายของมันนั้น ก็คงจะไม่ครบถ้วนกระบวนความ คำๆนี้ หมายถึง “เสียง” เฉกเช่นเดียวกับคำว่า “Voice” ซึ่งก็หมายถึง “เสียง” เช่นเดียวกัน แต่บริบทในความหมายของมันนั้น ใช้สื่อความต่างบริบทกัน กล่าวคือ Voice จะหมายถึงเสียงพูด หรือเสียงร้อง(เพลง)ของคน (เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของเส้นเสียงในลำคอ) แต่ Noise นั้นหมายถึง เสียงดังรบกวน หรือเสียงอึกทึกน่ารำคาญ เป็นต้น (เป็นอีกหนึ่งความเหมือน...ที่แตกต่าง)

คำว่า Noise ในการถ่ายภาพนั้น “มันคืออะไร?” มีกูรูผู้รู้หลายท่านได้กรุณาบอกกล่าวไว้อย่างนี้ อย่างโน้น และก็อย่างนั้น อีกรวมทั้งบทความต่างๆที่ผมเองได้เข้าไปศึกษาหาอ่านความรู้ ขอนำสาระมาสรุปเป็นประโยคสั้นๆ เพื่อเป็นปฐมบทเกริ่นนำเข้าสู่เนื้อหาของกระทู้นี้ได้ว่า ไอ้เจ้า Noise ที่ว่านี้ มันก็คือ “สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นภายในระบบเซ็นเซอร์ของกล้องถ่ายรูป และส่งผลให้เกิดเป็นจุดสี(ที่ไม่พึงประสงค์)ปรากฎอยู่ในภาพถ่าย” ขอออกตัวนิดหนึ่งนะครับว่า ผมไม่ใช่ผู้รู้อะไรในการถ่ายภาพ ผมเป็นแค่ “คนธรรมดา” ที่แบกกล้องติดตัวออกไปถ่ายรูปในยามว่างบ้าง...ก็เท่านั้น ดังนั้น รายละเอียดของ Noise เชิงลึกนี้ คงต้องเรียนเชิญท่านไปศึกษาต่อยอดด้วยตัวเองนะครับ

แต่ “Noise” ในความหมายที่จุดประกายให้เกิดการนำเสนอเนื้อหาตามกระทู้นี้ มันเริ่มก่อตัวขึ้นมาจาก “เสียง” (Voice) ของผู้คร่ำหวอดในเรื่องอุปกรณ์ถ่ายภาพท่านหนึ่ง (เรื่องสมมุติ) ท่านได้กรุณาสละเวลา ส่งเสียงผ่านสัญญาณโทรศัพท์ที่ไร้ซึ่งสัญญาณรบกวนใดๆ เล่าขาน อธิบายความเรื่อง “กล้องถ่ายภาพ” ว่ามันคืออุปกรณ์ที่สำคัญในยุคดิจิตอล สามารถส่งผลต่อคุณภาพของภาพถ่ายได้โดยตรง ท่านกล่าวเปิดฤกษ์ไว้อย่างนั้น หลังจากนั้น ก็ยิงคำถามต่อไปว่า “ทำไมภาพถ่ายถึงไม่ชัดและมีจุดเต็มไปหมดในภาพถ่าย?” แล้วก็ตามมาด้วยคำถามยอดนิยมว่าใช้กล้อง “ค่ายอะไร?” อ๋อ! ถ้าใช้กล้องค่ายนี้ ก็จะได้ภาพที่มีสีสรรอย่างนี้ แต่ถ้าใช้ค่ายนี้ภาพก็จะมีสีสรรแบบนั้น แต่ตอนนี้ ทุกคนในกลุ่มผมต่างก็หันมาสังกัดค่ายที่ว่านั้น...กันหมดแล้ว บทท้ายสุดของเสียง(สาธยาย) สรุปได้ว่าผมต้อง “ย้ายค่าย” หากต้องการ “ความคมชัดในภาพถ่าย”

"ความสงสัย" ก็เริ่มบังเกิด ดังนั้น ผมก็ขอถือเอาฤกษ์วันหยุด (วันรัฐธรรมนูญ) ส่งเสียงแห่งความสงสัยไว้ในกระทู้นี้
คห.1: 10 ธ.ค. 61, 10:00
ไอ้หย๋า! อันตัวกระผมนี้ก็เพิ่งเริ่
ไอ้หย๋า! อันตัวกระผมนี้ก็เพิ่งเริ่มต้นนึกอยากจะถ่ายภาพกับชาวบ้านเขาบ้าง (ณ เวลานั้น) กว่าจะเก็บเงินหยอดกระปุกไปซื้อกล้องและเลนส์มาถ่ายภาพได้ ก็ใช้เวลานานพอควร พอได้มาก็เห่อไปเรียนวิชาโน่น อ่านตำรานี่ วันหยุดก็สะพายกล้องไปออกรอบฝึกทำการบ้านบ้าง ถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็เรียนรู้กันไป แต่ทว่า ณ บทสรุปของน้า แนะว่าผมต้องย้ายค่ายเพื่อแก้ปัญหาถ่ายภาพที่ไร้สัญญาณรบกวน(งง!) นึกอยู่ในใจว่า ผมจะต้องใช้เวลาเก็บเงินอีกนานเท่าไหร่ กล้องตัวเก่าของผมมันทำผิดอะไร แล้วทำไมผมถึงต้องเลิกคบมันเพื่อหันหน้าไปซบหน้าอกกับค่ายใหม่ โอ้! พระเจ้ายอด...มันไม่จอร์จเลยครับ เพราะกล้องตัวที่ผมถอยมาใช้อยู่ในมือ ผมยังใช้มันไม่คุ้มค่าเงินที่ลงทุนซื้อมันเลยครับ...ความสงสัยเริ่มบังเกิด
แก้ไข 10 ธ.ค. 61, 10:02
คห.2: 10 ธ.ค. 61, 10:02
พอสิ้นเสียงคอมเม้นท์ (Comment) ของ Guru ในวั
พอสิ้นเสียงคอมเม้นท์ (Comment) ของ Guru ในวันนั้น ก็เกิดคำถามที่รอคำตอบอยู่ในใจว่า “ทำไมคนถ่ายภาพถึงไม่ต้องการ Noise” ในภาพถ่ายของเขา?” ถ้ามี Noise ในภาพแล้วมันจะเป็นเช่นไร? มันจะทำให้จังหวะการหายใจของเขา จะติดๆขัดๆ ไหมน้อ? หรือเขาจะถูกเพื่อนเขาล้อในสังคม Social Network! หรือว่ามันเป็นดรรชดีชี้วัดฝีไม้ลายมือของเขา? ทั้งหมดนี้...ล้วนแต่เป็นความฉงนสงสัยว่า “Noise จะจัดให้เป็นอีกหนึ่งงานสร้างสรรค์(ศิลปะ)ในภาพถ่ายไม่ได้เชียวหรือ?” (ผมไม่ได้จบศิลปะมานะครับ ผมเป็นคนธรรมดาที่ขี้สงสัย...คงไม่แปลกมั้ง) 
คห.3: 10 ธ.ค. 61, 10:07
สิ่งที่จะทำให้ผมประสบความสำเร็จใน
สิ่งที่จะทำให้ผมประสบความสำเร็จในการย้ายค่าย นั่นก็คือ “เงิน” เพราะถ้าไม่มีมันแล้ว ผมก็จะไม่สามารถใช้มันเป็น “สื่อกลาง” แลกเปลี่ยนอุปกรณ์ของค่ายใหม่มาใช้ตามคำชี้แนะได้ สถานการณ์นี้ ได้นำพาผมมาถึงทางแยกแห่งการตัดสินใจ ในภาวะที่สินสอดทองหมั้นฝืดเคือง หากจะไปสู่ขอสาวคนใหม่มาแต่งงานด้วย เห็นทีคงทำได้เพียงแค่ฝัน แต่ด้วยความเป็นคนที่ไม่ยอมให้ตัวเองถูก “อะไรก็ไม่รู้” สิงสู่นำพาไปถึงทางตัน จึงด้นดั้น(คิด)แหกกรอบ ไม่อยากถูกอะไรครอบงำอีกต่อไป  “อะไร(ว่ะ)ที่ทำให้ Noise ไม่เป็นที่ต้องการ” ปนิธานแห่งความต้องการ (Own Wish) ข้อจำกัดของสตางค์ (Limited Budget) ความอีรุงตุงนังของอุปกรณ์ (Effect of Equipment) หรือแนวความคิดที่มีผลต่อพฤติกรรม (Mindset) เฉพาะบุคคล

ด้วยความสงสัยดังกล่าว จึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าในภาพถ่ายมี Noise...แล้วไง?” มี Noise แล้วภาพไม่สวย...อย่างงั้นหรือ? (ความสวยงาม มันขึ้นอยู่กับอะไร อารมณ์ ทรงผม ขนม หรือสตางค์) ยิ่งคิด ก็ยิ่งสงสัย มี Noise แล้วภาพจะขายไม่ได้เพราะคนไม่ซื้อ...ใช่ไหม? (กูก็ยังไม่มีความคิดที่จะขายมันอยู่แล้วนี่หว่า แล้วจะกลัวอะไรว่ะ!) มี Noise แล้วภาพจะไม่คมชัดไม่เป็นที่ยอมรับ (กูถ่ายเพราะกูมีความสุข ไม่ได้ถ่ายมาเพื่อให้ใครรับอะไรได้ยังไงอยู่แล้วนี่หว่า) มี Noise แล้วเพื่อนจะล้อและไม่ยอมรับเข้ากลุ่มเร๊อะ? (กูไม่สนอยู่แล้ว เพราะกูเดินไปถ่ายไปคนเดียวได้) ความสวยงามของผู้หญิงสาวคนหนึ่ง พวกเอ็งยังสาธายายได้แตกต่างกันเลย นับประสาอะไรกับเรื่องนี้ว่ะ มัน “นานาจิตตัง” ว่ะ

เมื่อได้คำตอบเช่นนี้ ถ้า(กู)เปลี่ยน “กรอบความคิด” (Paradigm) จากเดิมที่เคยคิดว่า Noise นั้นมันคือ “ศัตรู” ก็จัดระเบียบความคิดเสียใหม่ แล้วคิดเสียว่าเจ้า Noise นั้นมันคือ “ผู้หญิงสาวสวย” เราเคยเฉยเมยและปฏิเสธการเหลียวแลเธอมานักต่อนักแล้ว แต่ครั้งนี้จะขอตามจีบเธอ (Noise) ให้เข้ามาปรากฎอยู่คู่กับภาพถ่ายซะเลย อีกหนึ่งผลพลอยได้ ก็แปลว่า(กู)ก็ไม่ต้องเสียเงินไปหาซื้อกล้องตัวใหม่ ประหยัดเวลาในชีวิต และก็เลิกหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ยึดติดอยู่กับค่ายโน้นอุปกรณ์นี่...อีกต่อไปนี่หว่า  พอ “คิดได้ก็ตัวเบา” และก็นึกถึงคำพูด If it doesn’t challenge you, it won’t change you (แปลว่า: ถ้ามันไม่มีการท้าทายคุณ ตัวคุณก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง) จากคำพูดนี้ผมจึงเลือกที่จะ “คิดแตกต่าง” (เพราะอยากก้าวข้ามขีดจำกัด) และนับตั้งแต่วันนั้น...จนถึงวันนี้ ความคิดย้ายค่าย มันไม่เคยอยู่ในหัวผมอีกต่อไป ส่วนผมจะมีวิธีจัดการตามจีบกับสาว Noise นี้อย่างไรนั้น...โปรดติดตามต่อไป
คห.4: 10 ธ.ค. 61, 10:07
[b]วิธีการใช้กระทู้:[/b] หาเบียร์เย็นๆ ม
วิธีการใช้กระทู้: หาเบียร์เย็นๆ มาจิบให้ “ผ่อนคลาย” ระหว่างนั่งดูภาพให้เจริญตา อรรถรสอยู่ที่การ “เปิดใจ” รับฟังเสียงต่างมุมมอง และความเพลิดเพลินของเรื่องสมมุตินี้ อยู่ที่การ “ลองคิดตาม” คำบรรยายตามลำดับภาพ (หากคิดต่าง เป็นสิทธิของท่าน ไม่ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามของกระทู้นี้)
คห.5: 10 ธ.ค. 61, 10:08
จุดเริ่มต้นของภาพชุดนี้ เกิดจากกิจ
จุดเริ่มต้นของภาพชุดนี้ เกิดจากกิจกรรมของชมรมถ่ายภาพที่บริษัทฯ ได้เชื้อเชิญจัดหานางแบบสาวสวยมาเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้สมาชิกในชมรมถ่ายภาพได้เล่าเรียนวิชา ฝึกฝนเทคนิคการถ่ายภาพตาม Theme ที่ประธานชมรมฯได้จัดวางเอาไว้
คห.6: 10 ธ.ค. 61, 10:09
Theme ในวันนั้น คือ Black & White ถ่ายทำในห้องสต
Theme ในวันนั้น คือ Black & White ถ่ายทำในห้องสตูดิโอ มีการจัดฉาก จัดแสงเป็นอย่างดี นางแบบก็มีความเป็นมืออาชีพสูง รู้มุม รู้ใจช่างภาพ อิริยาบททุกท่วงท่า รับรู้ได้ว่าเป็น “มืออาชีพ” อย่างแน่นอน (แล้วไก่อ่อน มือใหม่ หัดถ่ายภาพอย่างผมจะทำยังไงดีวุ้ย กลัวไม่ได้ภาพติดไม้ติดมือมา)
คห.7: 10 ธ.ค. 61, 10:09
ถึงแม้ว่า จะรู้ทั้งรู้ว่าวันนี้ต้อ
ถึงแม้ว่า จะรู้ทั้งรู้ว่าวันนี้ต้องฝึกฝนการถ่ายภาพแบบขาวดำ (Black & White) แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะเกิดการเผลอเรอทางความคิด และการเผลอเรอนี้ ทำให้ผมนึกถึงคำพูดนี้ “Tell me not to do something, and I will do it twice and take pictures.” (แปล: (มึง)ก็ลองบอก(กู)ว่าไม่ให้ทำอะไรซักอย่างซิ แล้ว(กู)จะลงมือทำมันสองครั้งและก็จะถ่ายรูปมันเก็บเอาไว้ด้วย) เมื่อนึกคิดแบบนี้เสร็จ ภาพนี้ก็กลายเป็นผลงานของผมทันที
คห.8: 10 ธ.ค. 61, 10:10
จากทฤษฏีที่ได้เรียนรู้มา คุณครูต่า
จากทฤษฏีที่ได้เรียนรู้มา คุณครูต่างก็พร่ำบ่นสอนผมไว้ว่า นอกจากจุดตัด 9 ช่องนั้นแล้ว การถ่ายภาพบุคคลนั้นหนา มิควรหลงลืมกฎสามส่วน (Rule of Third) ควรทิ้งช่องว่างด้านหน้าของตัวแบบไว้สองส่วน ด้วยความเคารพคุณครู ถึงแม้ว่าผมเข้าใจคำสอนของครูเป็นอย่างดี แต่ทว่า...ในภาพนี้ผมตั้งใจไม่ทำตามคำสั่งสอน และขอ “สอบตก” นะครับครู (กราบ)
คห.9: 10 ธ.ค. 61, 10:10
จากพื้นฐานครอบครัวขนาดใหญ่เชื้อสา
จากพื้นฐานครอบครัวขนาดใหญ่เชื้อสายจีนที่ผมเติบโตมา (ผมออกแนวกบฎเยอะถึงเยอะมากที่สุด เพราะหลงเหลือเชื้อสายเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์) ระหว่างทางที่เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ ผู้ใหญ่หลายต่อหลายคน มักขีดเส้นทางให้เดินใน “กรอบ” แห่งความต้องการของผู้ใหญ่ แต่ด้วยความโชคดีที่ครอบครัวผมปลีกตัวแยกออกมาจากครอบครัวใหญ่ แล้วสอนให้ผมตระหนักรู้ว่า “เหตุผลกับอายุไข...อะไรสำคัญกว่ากัน?” ดังนั้น จึงไม่มีเหตุอันควรสงสัยแต่อย่างใด ว่าในสายตาของผู้ใหญ่ในวังวนแห่งครอบครัวใหญ่เชื้อสายจีนที่ผมเติบโตมานั้น ผมได้ถูกจัดให้เป็นเด็กประเภทใด (ให้ทาย)
แก้ไข 14 มิ.ย. 64, 09:38
คห.10: 10 ธ.ค. 61, 10:13
[b]I can touch your feeling[/b] (แปล: ผมสัมผัสรับรู้ถึงก
I can touch your feeling (แปล: ผมสัมผัสรับรู้ถึงการกระทำของผู้คนได้) โปรดอย่าคิดว่า “เด็กนั้นไร้เดียงสา คงรับรู้รสสัมผัสอะไรไม่ได้” สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในวิถีที่เติบโตมาในกรอบขนาดใหญ่ ใครต่อใคร ก็มักจะเอาความต้องการของใครคนนั้น มาบอกให้ผมทำตาม ทั้งๆ ที่มิใช่ “วิถี” (Path) ของชีวิตผมเลย และยังไม่เคยถามผมซักคำว่า แท้จริงแล้วนั้น...“ผมต้องการอะไร”

“ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน” ขอขอบคุณท่าน ที่ได้ผ่านเข้ามาในวิถีทางที่ผมเติบโต  จากเด็กน้อยที่เดินทางผ่านห้วงเวลา มาจนถึงวันที่ผมบนหัวเริ่มเปลี่ยนสี ตัวอย่างที่ดีก็ยังคงเป็นตัวอย่างที่ดีต่อไป แต่ประเภทของตัวอย่างที่ว่านั้นไซร้ ผมจัดให้มันเป็นตัวอย่างที่ดี…“ที่ผมจะไม่เอามาเป็นเยี่ยงอย่าง” โดยเด็ดขาด…ก็เท่านั้น บทเรียนบนบาทวิถีแห่งชีวิตผมนี้ ผมจะไม่บอกใครให้เดินตาม ผมมักชี้แนะให้เขา “ค้นหาตัวตน” ของเขาเอง และเมื่อใดที่เขาค้นหาเจอ ก็จงสร้างวิถีให้กับชีวิตของเขา ด้วยตัวเขาเอง และอยู่ในครรลองแห่งความดี...แค่นั้นพอ นี่คือ ที่มาที่ไปใน “แนวความคิด” ในวิถีของผม (Be Yourself & By Yourself)
แก้ไข 14 มิ.ย. 64, 09:34
คห.11: 10 ธ.ค. 61, 10:14
Noise นั้น รับรู้รับทราบกันในทางทฤษฏีก
Noise นั้น รับรู้รับทราบกันในทางทฤษฏีกันแล้วว่า มันเกิดขึ้นจากสัญญาณรบกวนของอุปกรณ์ภายในตัวกล้อง เพราะเหตุโน่นผสมกับเหตุนี่และก็ได้ผลลัพธ์นั่น แต่ส่วนตัวฉัน เจ้า Noise นั้น มันเกิดขึ้นมาจาก “ความรำคาญ” ของการสั่นเส้นเสียงในลำคอ ของผู้ที่ยกตนว่ากูรู้ แปลงเป็นสัญญาณคลื่นความถี่ในย่านที่มนุษย์สามารถได้ยิน แล้วเปร่งออกมาเป็น “เสียง” (Voice) ส่งสำเนียงวิพากษ์ถึงอัตตาแห่งความอยากในความ “คมชัดลึก” ของภาพถ่าย ก่อนยุติการส่งสัญญาณคลื่นเสียง ว่าด้วยการ “ย้ายค่าย” อันเป็นบทสรุปสุดท้ายก่อนเอ่ยคำร่ำลา (แต่ไม่ได้แก้ปัญหาว่า ถ้าจะถ่ายภาพให้ได้ดีโดยไม่ให้มี Noise ปรากฎในภาพแล้วนั้น...จะต้องทำอย่างไร)
แก้ไข 14 มิ.ย. 64, 09:41
คห.12: 10 ธ.ค. 61, 10:15
นั่งนึกไปนึกมา ก็ชักสงสัยว่า [b]“ทำไ
นั่งนึกไปนึกมา ก็ชักสงสัยว่า “ทำไม” (Why?) ภาพถ่ายนั้น จำต้องถ่ายให้คมชัดลึก...อยู่ร่ำไป
คห.13: 10 ธ.ค. 61, 10:16
เป็นไปได้ไหม หากภาพนั้นจะถูกนำเสนอ
เป็นไปได้ไหม หากภาพนั้นจะถูกนำเสนอในรูปแบบที่ “เบลอ” (Blur) โดยไม่ได้เผลอ ชัตเตอร์ลั่น แล้วได้ภาพนั้นมา (ภาพที่เบลอสื่อสารได้ไหม?)
คห.14: 10 ธ.ค. 61, 10:16
นางแบบที่ผิวขาว สวยใส ไร้สิวฟ้า มัก
นางแบบที่ผิวขาว สวยใส ไร้สิวฟ้า มักเป็นที่หมายปอง คนจ้องอยากถ่ายทำ (ถ่ายออกมา แล้วไม่สวย ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วว่ะ) แต่ใครๆ ก็ถ่ายแบบนี้ได้นะ (มันธรรมดา ไม่ท้าทาย) ผมก็เลยนึกถึงนางแบบที่มีลักษณ์ทรวดทรงอ่อนช้อย ผิวขาวผ่อง มีดวงตาสีฟ้าสวยเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่มีกระ (ไม่ใช่ฝ้า) อยู่เต็มไปทั่วใบหน้า (แปลว่า ถ่ายยังไง ก็ได้จุดรอยกระ บนใบหน้าแน่ๆ) ตัวเลือกแบบธรรมดา กับตัวเลือกที่ท้าทาย สุดท้ายก็อยู่ใครจะเลือกอะไร แต่...กระทู้นี้ผมขอท้าทายตัวเองในรูปแบบที่เต็มไปด้วย “Noise”
คห.15: 10 ธ.ค. 61, 10:17
เป็นไปได้ไหม หากเม็ดสีที่หยาบกร้าน
เป็นไปได้ไหม หากเม็ดสีที่หยาบกร้าน (Noise) จะถูกแปลงจากสัญญาณที่รบกวนในจิตใจ (Annoy) ยกระดับให้กลายเป็นความปรารถนา (Passion) แล้วสื่อมันออกมาเป็นผลงานผ่านกระทู้นี้ หวังแค่เพียง “สำเนียง” ในน้ำเสียง (Voice) โทนนี้ อาจมีใคร...ได้ยิน
คห.16: 10 ธ.ค. 61, 10:18
[b]“สำเนียง”[/b] (Accent) ในถ้อยคำแห่งเสียง (Voi
“สำเนียง” (Accent) ในถ้อยคำแห่งเสียง (Voice) ที่พยายามสื่อในกระทู้นี้ เป็นสำเนียงจากอีกหนึ่งน้ำเสียงที่ส่งมาย่านความถี่ (Frequency) เล็กๆบางๆ...เท่านั้น ดังนั้น จะมีเพียงเฉพาะบางคนเท่านั้นที่จะสามารถรับสัญญาณความถี่ที่สื่อนี้ได้ หากบังเอิญว่าท่านสัมผัสแล้วได้ยินโทนเสียงแห่ง “สำเนียง” ที่สื่อมาในกระทู้นี้ เชื่อได้ว่าอรรถรสน่าจะทำให้ท่านเกิดความเพลินเพลินในการรับชมภาพได้อย่างเต็มคำแน่นอน
แก้ไข 10 ธ.ค. 61, 10:18
คห.17: 10 ธ.ค. 61, 10:19
หลายภาพผ่านไปที่อุดมไปด้วยสัญญาณร
หลายภาพผ่านไปที่อุดมไปด้วยสัญญาณรบกวน ภาพใบนี้ก็ขอคั่นโฆษณา พักสายตากันแบบสบายๆ ไร้สัญญาณรบกวนบ้างนะครับ
คห.18: 10 ธ.ค. 61, 10:19
[b]“ความงาม ความรัก มีมาตามธรรมชาติ แ
“ความงาม ความรัก มีมาตามธรรมชาติ แต่งแต้มสีสรรตาม เติมวาดแต่งแต้มแสงสีตามในใจคน” (ท่อนหนึ่งของเนื้อเพลง “รักคุณเท่าฟ้า”)
คห.19: 10 ธ.ค. 61, 10:20
ในขณะที่ช่างภาพอีกหลายๆท่าน ต่างก็
ในขณะที่ช่างภาพอีกหลายๆท่าน ต่างก็ยังคงขมักเขม้นถ่ายภาพนางแบบ ตามมุมมองของแต่ละคน Portrait บ้าง Close-up บ้าง เพื่อเก็บภาพเข้ากรุ (Portfolio) ของตัวเองนั้น ส่วนตัวผมนั้น ก็ยังเก็บภาพถ่ายในลักษณะที่ “ไม่เหมือนชาวบ้าน” ในรูปแบบของผม...ต่อไป
คห.20: 10 ธ.ค. 61, 10:21
BE YOURSELF, and the world will adjust #1 
 :cool:
BE YOURSELF, and the world will adjust #1
คห.21: 10 ธ.ค. 61, 10:21
BE YOURSELF, and the world will adjust #2
 :cool:
BE YOURSELF, and the world will adjust #2
คห.22: 10 ธ.ค. 61, 10:22
ถึงเวลาที่ต้องพักคั่นโฆษณา และให้เ
ถึงเวลาที่ต้องพักคั่นโฆษณา และให้เวลากับนางแบบไปเปลี่ยนชุดใหม่ และก็ถือโอกาสนี้พักสายตาจากสัญญาณรบกวนที่ปรากฎในภาพกันอีกซักหนึ่งใบนะครับ
คห.23: 10 ธ.ค. 61, 10:22
หลังจากนางแบบได้เปลี่ยนชุดเรียบร้
หลังจากนางแบบได้เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ในช่วงต่อไปเราจะออกไปถ่ายทำกันด้านนอกห้องสตูดิโอกัน
คห.24: 10 ธ.ค. 61, 10:23
นางแบบมืออาชีพ มากประสบการณ์ รู้ว่
นางแบบมืออาชีพ มากประสบการณ์ รู้ว่าช่างภาพต้องการมุมใด ท่วงท่าแบบไหน ทุกแอ็คชั่น จะโพส อย่างช้าๆ เพื่อให้ช่างภาพเก็บภาพได้ทุกจังหวะ (เป็นอีกหนึ่งบทเรียน ที่ผมได้เรียนรู้มาจากนางแบบ) ส่วนผมนั้น ชอบท่วงทำนองตามครรลองของธรรมชาติ (ผมไม่ชอบถ่ายภาพแนว Fashion) ดังนั้น ในเมื่อเรามาเรียนวิชา Black & White อยู่ในแวดวงของผู้คนที่ถ่ายแนว Fashion แล้ว ก็ดำเนินตามครรลองในแบบนั้นไป แต่ตัวผมนั้นไซร้ ของเลือกถ่ายแบบ Candid ก็แล้วกัน (ถ่ายทันก็ได้ภาพมา ถ่ายไม่ทันก็พลาดกันไป ท้าทายดี มันเป็นความชอบส่วนตัว)
คห.25: 10 ธ.ค. 61, 10:23
“กล้องนี้ครับ”...ช่างภาพส่งเสียงดัง
“กล้องนี้ครับ”...ช่างภาพส่งเสียงดังมาจากมุมซ้าย “กล้องนี้ด้วยครับ”...คราวนี้เสียงย้ายมามุมทางด้านขวา ด้านหน้าบ้าง ด้านหลังบ้าง ดังสลับกันไปมา ส่วนผมนั้นเหรอ…ใครจะเรียกนางแบบให้หันไปทางไหน ก็เรียกไป ผมขอรอจังหวะ Candid ก็แล้วกัน
12>
siamfishing.com © 2026